ข่าวภาคค่ำ

คอลัมน์หมายเลข 7 : อคส.ส่งหลักฐานเพิ่ม ให้ ป.ป.ช.มัดก๊วนทุจริตถุงมือยาง

ข่าวภาคค่ำ - คอลัมน์หมายเลข 7 วันนี้ ยังอยู่กับการติดตามความคืบหน้า ทุจริตถุงมือยาง ล่าสุด อคส. ส่งข้อมูลหลักฐานเพิ่มเติมไปให้ ป.ป.ช. เพื่อมัดคนทำผิดในเรื่องนี้แล้ว ติดตามจากคุณสมจิตต์ นวเครือสุนทร

เงิน 2,000 ล้านบาท ที่ถูกนำไปวางมัดจำให้ บริษัท การ์เดียน กรุ๊ป ในการทำสัญญาลวงซื้อถุงมือยาง มูลค่า 112,500 ล้านบาท จนถึงขณะนี้แม้ ป.ป.ช. จะมีการอายัดเงินบางส่วน แต่ไม่มีใครให้หลักประกันได้ว่าจะเรียกคืนกลับมาได้หรือไม่ เพราะแม้คดีอาญาจะมีหลักฐานใหม่เพิ่มเติม ทยอยส่งให้ ป.ป.ช. เพื่อมัดคนทำผิด แต่จะขยายผลไปถึงตัวการและตัวการร่วมได้หรือไม่ ยังไม่มีใครบอกได้

การรอความหวังให้ ป.ป.ช. ชี้มูลอาญา ค่อยไปดำเนินคดีเรียกค่าเสียหายทางแพ่ง ตามแนวทางที่ผู้อำนวยการ อคส. วางไว้ ยังช้าเกินไปในมุมของผู้ตรวจสอบ

โดย นายวิลาศ จันทร์พิทักษ์ อดีตประธานกรรมาธิการ ป.ป.ช. สภาผู้แทนราษฎร เห็นว่าไม่เพียงพอ พร้อมตั้งข้อสังเกตกรณียังไม่มีความชัดเจนว่า อคส. ดำเนินการตรวจสอบ 2 บริษัท ที่ถูกอ้างถึงในเอกสารแนบท้ายสัญญาหรือไม่ ทั้ง ๆ ที่ผู้อำนวยการ อคส. คนปัจจุบัน รู้จักกับผู้อำนวยการบริษัทซันไทยฯ หนึ่งในบริษัทที่ถูกอ้างในเอกสารแนบท้ายสัญญา การตรวจสอบจึงไม่น่าจะเป็นเรื่องยาก

ส่วนที่มีการอ้างว่า ที่ผู้บริหาร อคส. ไม่ให้ความสำคัญกับเอกสารแนบท้าย เนื่องจากเกรงว่าหากนำเรื่องนี้มาเป็นประเด็นต่อสู้ จะกลายเป็นการยอมรับการมีอยู่ของสัญญา ทั้งที่สัญญาเป็นโมฆะมาตั้งแต่ต้น แต่ นายวิลาศ ไม่เห็นด้วย เพราะเห็นว่าควรรวบรวมทุกพิรุธ เพื่อเป็นประโยชน์ต่อการตรวจสอบนำคนผิดมาลงโทษ

ปัญหาทุจริตถุงมือยางตรวจสอบกันมาตั้งแต่กลางปีที่แล้ว ใช้เวลาเกือบ 1 ปี กว่าที่ ป.ป.ช. จะเรียกผู้ถูกกล่าวหามารับทราบข้อกล่าวหา ขณะที่ผู้ถูกกล่าวหาที่เป็นพนักงาน อคส. ยังไม่ได้ถูกลงโทษใด ๆ เพราะคณะกรรมการสอบสวนวินัยร้ายแรง

พรุ่งนี้ คอลัมน์หมายเลข 7 ชวนดูสถานะ อคส. หลังเผชิญมรสุมทุจริตครั้งมโหฬาร จากซวนเซจะกลับมายืนหยัดอย่างแข็งแรง อุดช่องโหว่ทุจริตได้มากน้อยแค่ไหน ติดตามในข่าวภาคค่ำ คอลัมน์หมายเลข 7