7HDร้อนออนไลน์

แม่ติดใจ! ลูกชายเมาอาละวาด กลับถูกตำรวจวิสามัญ

จากกรณีเมื่อวันที่ 26 พฤษภาคม 2564 เวลา 10.00 น. ร.ต.อ วีระพงษ์ วิเท่ห์ รองสารวัตรสอบสวน สภ.สว่าง ได้รับแจ้งเหตุคนถูกยิงด้วยอาวุธปืน ที่ บ.ดงกลาง ต.โคก กก ม่วง อ.โพนทอง จ.ร้อยเอ็ด  จึงรุดออกตรวจสอบพร้อมชุดสืบสวน ตำรวจพิสูจน์หลักฐาน ภจว.ร้อยเอ็ด แพทย์เวร รพ.โพนทอง ถึงจุดเกิดเหตุเป็นบริเวณห้องครัว ด้านหลังบ้านพักสองชั้น ครึ่งปูน-ครึ่งไม้ พบศพชายนอนหงายหน้าจมกองเลือด อยู่พื้นห้องครัว ตรวจสอบพบบาดแผล พบมีดสปาต้า ยาว 50 ซม. มีรอยเปื้อนเลือดที่คมมีด ตกอยู่ข้างศพด้านขวา พบปลอกกระสุนขนาด 9 มม.ตกอยู่ในจุดเกิดเหตุ 3 ปลอก เจ้าหน้าที่ตำรวจพิสูจน์หลักฐานจึงเจ้าทำการเก็บหลักฐานในจุดเกิดเหตุ แพทย์เวรทำการชันสูตรพลิกศพ พบบาดแผลถูกยิงด้วยกระสุนปืนบริเวณกลางหน้าอก และข้อเท้าด้านขวา 2 จุด ทราบชื่อผู้ตายคือนายอนุวัฒน์  อายุ 28 ปี เบื้องต้นได้ส่งศพผู้เสียชีวิตไปผ่าพิสูจน์ทางนิติเวช ที่ รพ.ศรีนครินทร์ จ.ขอนแก่น รวบรวมพยานหลักฐาน ดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

ล่าสุดวันนี้ ผู้สื่อข่าวได้ลงพื้นที่ไปยังบ้านจุดเกิดเหตุ บ.ดงกลาง ต.โคก กก ม่วง อ.โพนทอง จ.ร้อยเอ็ด พบกับนางสาวรวิวรรณ อายุ 48 ปี แม่ผู้ตาย เล่าว่าก่อนหน้านี้ตนได้เลิกกับอดีตสามี จึงได้ไปทำงานที่กรุงเทพส่วนตั้มก็ให้ตากับยายเลี้ยงโดยจะส่งเงินมาให้อยู่เป็นประจำ ลูกชายเป็นคนชอบหาปลา หามาได้ก็จะเอามาทำกับข้าวให้ตายายกิน โดยตั้มเริ่มมีอาการเมื่ออายุได้ 19 ปีก็เริ่มมีเพื่อนฝูงและออกจากบ้านไปข้างนอกพอกลับมาก็จะมีกินเหล้ามีกลิ่นบุหรี่ จนกระทั่งถึงช่วงอายุประมาณ 23 ปี ก็เริ่มมีอารมณ์รุนแรงขึ้น มีอาการเอะอะโวยวาย ทำร้ายข้าวของ พูดดุด่ายาย ซึ่งตนก็ส่งเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลจิตเวช จ.ขอนแก่นและร้อยเอ็ด ซึ่งหลังจากรับยาจิตเวชก็มีอาการดีขึ้น แต่พอกลับมาอยู่บ้านมาเจอเพื่อนฝูงก็ชักชวนกันให้ไปทำในสิ่งไม่ดี จึงกลับมาเป็นเหมือนเดิม

ซึ่งก่อนเกิดเหตุ ตนก็พึ่งประสานมูลนิธิเข้าให้การช่วยเหลือ เพื่อนำตัวลูกชายไปบำบัดยาเสพติด เพราะอยากให้กลับมาเป็นปกติ แต่ก็กลับมาเกิดเหตุจนทำให้ลูกชายของตนต้องเสียชีวิตไปเสียก่อน ซึ่งตนก็ทราบเพียงว่าในคืนวันที่ 25 พฤษภาคมลูกชายของตนได้ไปก่อเหตุทะเลาะวิวาทที่ร้านค้าข้างบ้าน จนมีการแจ้งให้เจ้าหน้าที่ตำรวจเข้ามาควบคุมตัวในช่วงตอนกลางคืน แต่ไม่สามารถเอาตัวไปได้ เพราะมีอาวุธในมือ จึงได้เข้ามาควบคุมตัวในตอนเช้า แต่ก็ไม่คาดว่าจะถูกวิสามัญ ตนติดใจในสาเหตุที่เข้าควบคุมเหตุทำไมเจ้าหน้าที่ไม่มีเกลี่ยกล่อมหรือยิง เพื่อข่มขู่ ทำไมถึงเอาให้ถึงตาย  เพราะตอนมาระงับเหตุทราบว่าลูกชายกำลังต้มปลา นึ่งข้าวก็ยังไม่ทันได้กิน ข้าวก็ยังนึ่งคาหม้ออยู่ ตั้งแต่เกิดเหตุตำรวจก็ยังไม่เข้ามาพบตน เพื่อจะอธิบายขั้นตอนซึ่งตนก็อยากทราบรายละเอียดว่า จากเหตุการณ์ดังกล่าวจำเป็นจะต้องทำการวิสามัญด้วยหรือ อยากให้มาขอขมาศพลูกชายจะไม่ได้เป็นเวรเป็นกรรมต่อกัน ส่วนศพของลูกชายเจ้าหน้าที่ต้องใช้เวลาประมาณ 7 วัน เพื่อทำการผ่าพิสูจน์ศพ ถึงจะส่งกลับมาบำเพ็ญกุศลทางศาสนาต่อไป