ข่าวในพระราชสำนัก

สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจในพื้นที่จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ และเพชรบุรี

เวลา 09.00 น. วันนี้ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จลง ณ ศาลาเริง วังไกลกังวล อำเภอหัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ทรงติดตามโครงการตามพระราชดำริของศูนย์การเรียนตำรวจตระเวนชายแดนอินทรีอาสา (บ้านปาเกอะญอ) ผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ (ออนไลน์)

ศูนย์การเรียนฯ แห่งนี้ ตั้งขึ้นเมื่อปี 2558 อยู่ในอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน เพื่อถวายเป็นพระราชกุศล เนื่องในโอกาสทรงเจริญพระชนมายุ 60 พรรษา ปัจจุบันมีนักเรียน 162 คน ส่วนใหญ่เป็นชาวไทยภูเขาเผ่ากะเหรี่ยง ปาเกอะญอ ใช้ภาษาไทยไม่คล่อง จึงเน้นสอนวิชาภาษาไทย นอกจากนี้ ยังได้เพิ่มโอกาสทางการศึกษาแก่เด็กที่มีความบกพร่องทางสติปัญญาและร่างกาย โดยเรียนร่วมในห้องเรียนปกติ และมีพระราชดำริให้กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช พิจารณาเรื่องกฎระเบียบ ช่วยสร้างสะพานข้ามลำน้ำ และประสานกับการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค ให้ใช้งานไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ได้เสถียรขึ้น เพื่อให้สามารถใช้คอมพิวเตอร์ และสื่อการสอนได้ โดยในสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ย้ำให้สวมหน้ากากอนามัย ใช้เจลแอลกอฮอล์ และรักษาระยะห่าง รวมทั้งให้ครูไปเยี่ยมบ้าน และนำไปใบงานไปแจก พร้อมมอบถุงยังชีพเพื่อการศึกษาพระราชทาน และใบงานสมุดวาดเขียนพระราชทาน

ด้านสหกรณ์ มีสหกรณ์ร้านค้า และสหกรณ์ออมทรัพย์ เพื่อให้เรียนรู้หลักการบันทึกบัญชี ด้านสุขภาพอนามัย พบว่ายังมีภาวะขาดสารอาหาร จึงได้จัดให้ดื่มนมเสริมทุกเช้า และแนะนำให้ผู้ปกครองเห็นความสำคัญของการรับประทานอาหารที่มีประโชยน์ และพบนักเรียนป่วยด้วยโรคไข้มาลาเรีย 6 คน ซึ่งได้ให้ความรู้แก่ชุมชน แนะนำให้นอนกางมุ้ง และประสานหน่วยมาลาเรียพ่นหมอกควันไล่ยุง เจาะเลือดหาเชื้อ และใช้น้ำยาชุบมุ้ง ส่วนกิจกรรมห้องสมุด มีการจัดทำนิทานหน้าเดียว ให้นักเรียนได้อ่านหลากหลาย และส่งเสริมให้นักเรียนอ่านและเขียนให้มากขึ้น

โครงการเกษตรเพื่ออาหารกลางวัน มีการปลูกผักกินใบ และไม้ผล โดยศูนย์ศึกษาการพัฒนาห้วยทรายอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ได้สนับสนุนเมล็ดพันธุ์ผัก น้ำหมักชีวภาพ และให้ความรู้การแปรรูปผลผลิต เลี้ยงปลาดุก ไก่ไข่ และสุกร ทำให้ผลผลิตเพียงพอโดยเฉพาะไข่ไก่

นอกจากนี้ ยังได้นำนักเรียนไปเรียนรู้การทอผ้ากะเหรี่ยงในชุมชน ร่วมประเพณีแต่งกายของชนเผ่า และการละเล่นพื้นบ้าน เพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์และสืบทอดวัฒนธรรมภูมิปัญญาท้องถิ่น รวมทั้งปลูกจิตสำนึกรักและหวงแหนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม รวมทั้งมีกิจกรรมเสริมสร้างทักษะวิชาชีพให้แก่นักเรียน เช่น การทำผลิตภัณฑ์น้ำยาล้างจาน ทำพรมเช็ดเท้า และฝึกตัดผมนักเรียนชาย

เวลา 13.04 น. เสด็จพระราชดำเนินไปยังแปลงศึกษาทดลองศักยภาพของหญ้าแฝกในการพัฒนาดินที่แข็งเป็นดาน ศูนย์ศึกษาการพัฒนาห้วยทราย อันเนื่องมาจากพระราชดำริ อำเภอชะอำ จังหวัดเพชรบุรี ทรงติดตามการดำเนินงานของศูนย์ฯ ซึ่งตั้งขึ้นตามพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระมหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ดำเนินงานพัฒนาตามแนวพระราชดำริที่พระราชทานไว้ โดยสรุป 3 ด้าน คือ "ฟื้นดิน คืนป่า พัฒนาคุณภาพชีวิต" มีศูนย์สาขา 2 แห่ง ในจังหวัดราชบุรี ได้แก่ โครงการศึกษาวิธีการฟื้นฟูที่ดินเสื่อมโทรมเขาชะงุ้ม อันเนื่องมาจากพระราชดำริ และโครงการอุทยานธรรมชาติวิทยา อันเนื่องมาจากพระราชดำริ

ปัจจุบันมีกิจกรรมหลัก คือ การปรับปรุงดินที่แข็งเป็นดาน, การปลูกหญ้าแฝกเพื่อการอนุรักษ์ดินและน้ำ, การบริหารจัดการน้ำตามแนวพระราชดำริ ด้วยระบบเครือข่ายอ่างเก็บน้ำ (อ่างพวง), การปลูกป่า 3 อย่าง ประโยชน์ 4 อย่าง, ระบบภูเขาป่า, ระบบป่าเปียก, การปลูกป่าโดยไม่ต้องปลูก, การเพาะเลี้ยงขยายพันธุ์สัตว์ป่าปล่อยคืนธรรมชาติ, การขยายพันธุ์พืชที่เหมาะสมกับพื้นที่, การส่งเสริมอาชีพ โดยยึดหลักการตามแนวพระราชดำริ เช่น เกษตรทฤษฎีใหม่ เกษตรแบบผสมผสาน และระบบวนเกษตร ตลอดจนการเลี้ยงสัตว์ และประมง

การพัฒนากว่า 38 ปี ได้ประสบผลสำเร็จขยายผลสู่ประชาชนในพื้นที่รอบศูนย์ฯ และผู้สนใจ เช่น ขยายผลองค์ความรู้ที่ได้ศึกษา ทดลอง วิจัย ตามแนวพระราชดำริ 91 เรื่อง, สนับสนุนโครงการเกษตรเพื่ออาหารกลางวัน และการเลี้ยงไก่ไข่พระราชทานในโรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดน ในจังหวัดเพชรบุรี 2 แห่ง, ปี 2564 จัดโครงการฝึกอบรม 8 หลักสูตร มีผู้เข้าอบรม 180 คน ซึ่งสามารถต่อยอดจัดตั้งเป็นกลุ่มอาชีพได้, จัดโครงการช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติ และผู้เดือดร้อนจากการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19, กิจกรรมสาธิตการวางแผนการผลิตด้านเกษตรกรรม ส่งเสริมการตลาดแก่เกษตรกร  และประชาชน โดยใช้หลักการ "การตลาดนำการผลิต" เป็นการต่อยอดการพัฒนาตามแนวพระราชดำริเกษตรทฤษฎีใหม่ไปสู่ขั้นที่ 2 คือ ส่งเสริมให้เกษตรกรมีรายได้ที่แน่นอน มั่นคง มีคุณภาพชีวิตที่ดีและยั่งยืน

ในอนาคต จะเป็นศูนย์กลางการให้บริการประชาชนทั้งด้านองค์ความรู้ตามแนวพระราชดำริ ในการจัดการพื้นที่ดินเสื่อมโทรมที่แข็งเป็นดาน การฟื้นฟูป่าไม้ และทำการเกษตรในรูปแบบการจัดการพื้นที่ให้เกิดประโยชน์สูงสุด โดยใช้นวัตกรรมและเทคโนโลยีทางการเกษตร รวมถึงเป็นศูนย์กลางจำหน่ายสินค้าเกษตรและหัตถกรรม ที่ประชาชนจะเข้ามาใช้บริการได้อย่างแพร่หลาย โดยตระหนักถึงความสำคัญของปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง ในการดำเนินงาน

จากนั้น เสด็จพระราชดำเนินไปยังลานจำหน่ายต้นไม้และสินค้าเกษตร ซึ่งจำหน่ายพันธุ์ไม้หลายชนิดในราคาย่อมเยา และมีพันธุ์ไม้ให้ผู้สนใจนำไปปลูกโดยไม่มีค่าใช้จ่ายด้วย โดยตั้งแต่วันที่ 9 เมษายน ถึง 22 พฤษภาคม 2564 มียอดจำหน่าย 30,705 ต้น พันธุ์ไม้ที่ขายดี คือ มะพร้าวน้ำหอมพันธุ์เตี้ย, ไทรเกาหลี, พะยูง, ชะอม รวมถึงปุ๋ยมูลไส้เดือน และน้ำส้มควันไม้ กำจัดศัตรูพืช ซึ่งนักเรียนและครู จากศูนย์ฝึกอาชีพเยาวชนเกษตรมูลนิธิเจริญโภคภัณฑ์พัฒนาชีวิตชนบท ผลิตน้ำส้มควันไม้มาจำหน่ายเป็นรายได้เสริม และมีร้านค้าสวัสดิการจำหน่ายผลิตภัณฑ์จากชุมชน กลุ่มหัตถกรรมและผลผลิตจากศูนย์ฯ อาทิ กระเป๋าสานผักกระจูด, เซรั่มเห็ดเยื่อไผ่, และผัก ผลไม้ปลอดสารพิษ

ในการนี้ ทรงติดตามการฟื้นฟูสภาพดินและหญ้าแฝก โดยกรมพัฒนาที่ดิน ได้น้อมนำพระราชดำริปรับปรุงบำรุงดิน โดยใช้ปุ๋ยหมัก ปุ๋ยคอก ปุ๋ยพืชสด น้ำหมักชีวภาพ และใช้ประโยชน์จากหญ้าแฝก ปรับปรุงสภาพดินที่แข็ง เสื่อมโทรม จนได้รับการฟื้นฟู สามารถเพาะปลูกได้ และให้ผลผลิตเป็นอย่างดี

ส่วนกรมชลประทาน ก่อสร้างอ่างเก็บน้ำ เพื่อแก้ปัญหาภัยแล้ง และสนับสนุนกิจกรรมของศูนย์ฯ รวมทั้งพื้นที่การเกษตรของประชาชน 3 โครงการ ได้แก่ โครงการอ่างเก็บน้ำห้วยทราย, โครงการอ่างเก็บน้ำห้วยตะแปด และโครงการอ่างเก็บน้ำเขากระปุก หากมีปริมาณฝนน้อย จะสูบน้ำจากคลองส่งน้ำของโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาเพชรบุรี เพื่อเติมน้ำในอ่างเก็บน้ำเขากระปุก ส่งผลให้มีน้ำสนับสนุนกิจกรรมในศูนย์ฯ เพียงพอ ราษฎรในพื้นที่ มีน้ำอุปโภค และทำการเกษตรกว่า 1,200 ไร่ ได้ตลอดทั้งปี

และกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ปลูกป่าด้วยวิธี "ป่าเปียก" หรือ "ภูเขาป่า" ช่วยเพิ่มความชุ่มชื้น ป้องกันไฟป่า และปลูกป่า 3 อย่าง ประโยชน์ 4 อย่าง สภาพป่าพื้นฟูตามลำดับ มีป่าเต็งรัง, ป่าเบญจพรรณ และพืชริมน้ำ ซึ่งในพื้นที่ศูนย์ศึกษาการพัฒนาห้วยทรายฯ มีความอุดมสมบูรณ์และมีความหลากหลายทางชีวภาพ พบสัตว์ป่า และนก ถึง 92 ชนิด ที่พบมาก คือ นกยาง ทั้งยังเพาะเลี้ยงและขยายพันธุ์สัตว์ป่า 45 ชนิด 512 ตัว โดยสัตว์ป่าที่พบมาก คือ เนื้อทราย ได้เพาะเลี้ยงและปล่อยคืนสู่ธรรมชาติ 202 ตัว

ส่วนกรมวิชาการเกษตร ได้เพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อพืชสมุนไพร ไม้หายาก และไม้เศรษฐกิจ ตลอดจนสาธิตวิธีการปลูก การขยายพันธุ์ไม้ผล และการผลิตเมล็ดพันธุ์พืช เพื่อสนับสนุนแก่เกษตรกร พร้อมจัดทำแปลงสาธิตการทำเกษตรทฤษฎีใหม่ 5 ไร่ เพื่อเป็นตัวอย่างการดำเนินชีวิต ตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง เพื่อให้เรียนรู้การทำเกษตรแบบผสมผสาน, เกษตรอินทรีย์ พร้อมถ่ายทอดองค์ความรู้ ให้ชุมชนโดยรอบศูนย์ฯ 29 หมู่บ้าน 4,719 ครัวเรือน ให้สามารถพึ่งพาตนเองได้อย่างยั่งยืน

โอกาสนี้ ทรงเปิดอาคารศูนย์แสดงสินค้าและจำหน่ายสินค้าของเกษตรกร ของศูนย์ศึกษาการพัฒนาห้วยทรายฯ ซึ่งสร้างขึ้นเพื่อสนองพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระมหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ที่พระราชทานไว้ เมื่อปี 2539 เพื่อเป็นสถานที่จำหน่ายผลผลิตทางการเกษตร  ระยะแรก เป็นเพียงร้านค้าสวัสดิการขนาดเล็ก ภายหลัง สำนักงาน กปร. สนับสนุนงบประมาณก่อสร้างอาคารฯ เพื่อ่รองรับผลผลิตทางการเกษตรของเกษตรกรในพื้นที่และเกษตรกรทั่วไป รวมทั้งเป็นศูนย์กลางการแลกเปลี่ยนสินค้าเกษตรและสินค้าอื่น ๆ ตามหลักการ "การตลาดนำการผลิต" ปัจจุบันมีกลุ่มเกษตรกร และกลุ่มหัตถกรรม จากจังหวัดต่าง ๆ นำสินค้ามาวางจำหน่าย รวมถึงผลิตภัณฑ์จากศูนย์ศึกษาการพัฒนา อันเนื่องมาจากพระราชดำริ ทั้ง 6 แห่ง ทั่วประเทศ

โอกาสนี้ ได้พระราชทานพระราโชวาทแก่คณะผู้ดำเนินงาน ทรงชื่นชมที่ทุกหน่วยงานร่วมมือกัน ช่วยเหลือประชาชน ทำให้งานต่าง ๆ สำเร็จด้วยดี

ข่าวอื่นในหมวด

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ข่าวอื่นในหมวด