สนามข่าว 7 สี

รายงานพิเศษ : รวบหลานฆ่าโบกปูนช่างรับทำกระจก จ.สระบุรี

เมื่อวานนี้ ตำรวจเมืองสระบุรี รับแจ้งพบศพถูกฆ่าโบกปูนไว้ในบ้าน ซึ่งคาดว่าเป็นช่างรับติดตั้งกระจกที่หายตัวไปนานร่วมเดือน ล่าสุดมีคุมตัวหลานชายแท้ ๆ แค้นสอบปากคำ ซึ่งรับสารภาพว่าเป็นคนก่อเหตุจริง ขณะนี้อยู่ระหว่างตรวจสอบว่ามีคนอื่นร่วมก่อเหตุด้วยหรือไม่ และมีชนวนเหตุเกิดจากเรื่องใดกันแน่ ติดตามจากรายงานของคุณศิรัณพร มูลอุทก

กำลังตำรวจ สภ.เมืองสระบุรี พร้อมเจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐาน และกู้ภัย นำกำลังเข้าตรวจสอบที่บ้านหลังหนึ่ง ในตำบลหนองปลาไหล อำเภอเมืองสระบุรี หลังได้รับแจ้งจากนายคงฤทธิ์ หวาดด้วงดี ว่าน่าจะมีคนเสียชีวิตในสภาพถูกโบกปูนปิดทับอยู่ภายในห้องนอน ซึ่งพบขณะกำลังเตรียมไปซ่อมแซมบ้าน กลับมีคราบน้ำเหลือไหลออกจากพื้นปูน ที่ถูกโบกไว้ในลักษณะคล้ายคนนอน และมีกลิ่นเหม็นลอยคละคลุ้ง จึงคาดว่าอาจเป็นศพของนายไพโรจน์ พรหมเมืองเก่า หรือเสี่ยหมี อายุ 55 ปี ซึ่งมีสักเป็นพ่อตา และเป็นเจ้าของบ้านซึ่งดัดแปลงเป็นร้านรับติดตั้งกระจกอะลูมิเนียม ที่หายออกจากบ้านไปอย่างปริศนา ตั้งแต่วันที่ 22 เมษยน

ที่เกิดเหตุพบกองปูนซีเมนต์ถูกโบกติดกับพนังห้อง มีบานประตูกั้นไว้อีกฝั่งโดยใช้เก้าอี้ดันไม่ให้ล้ม สันนิฐานว่าไม่ให้ปูนไหลขณะเททับร่าง เจ้าหน้าที่จึงใช้ชะแลงงัด และฆ้อนทุบกองปูนซีเมนต์ออก พบศพเพศชายถูกห่มด้วยผ้าห่ม สวมกางเกงยีนขายาว มีเข็มขัดคาดเอว ไม่ใส่เสื้อ สภาพศพเปื่อยยุ่ย จนไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นนายไพโรจน์ ตามที่ลูกเขยคาดการณ์หรือไม่ ก่อนจะนำศพส่งไปชันสูตร เพื่อพิสูจน์อัตลักษณ์และดีเอ็นเอให้แน่ชัด นอกจากนี้ยังพบกระบะผสมปูนวาง รวมถึงพบถุงปูนซีเมนต์อีก 2 ถุงวางในตัวบ้าน ซึ่งคาดว่าน่าจะเป็นอุปรณ์ที่คนร้ายใช้กระทำการในวันก่อเหตุ เจ้าหน้าที่จึงตรวจยึด พร้อมกับนำหลักฐานอีกหลายอย่าง ที่ไปตรวจสอบหาความเชื่อมโยงไปถึงผู้ก่อเหตุ

น้องชายของนายไพโรจน์ เล่าว่า พี่ชายเป็นคนเจ้าชู้ มีภรรยาหลายคน มักจะเดินทางไปตามที่ต่าง ๆ อยู่ตลอดเวลา รวมถึงจะหาไปหาภรรยาอีกคนที่ สปป.ลาว ทำให้ตลอดระยะเวลากว่า 1 เดือน คนครอบครัวไม่ได้ระแคะระคายว่าจะถูกฆ่า และโบกปูนอำพรางศพไว้ในบ้าน ส่วนปมเหตุไม่รู้ว่าเกิดจากสาเหตุใด แต่ก่อนหน้านี้เคยมีภรรยาของพี่ชาย ชื่อเพ็ญ พาคนมาทวงรถคันที่ซื้อให้กับพี่ชายคืน แต่ว่าพี่ชายได้ขายไปก่อนหน้านี้

ตำรวจคุมตัวคนใกล้ชิด ซึ่งอยู่บ้านติดกับนายไพโรจน์มาสอบปากคำ ทุกคนยืนยันว่าไม่พบความผิดปกติ แต่จากการสอบถามนายอานุภาพ หรืออาร์ม อายุ 29 ปี ลูกของน้องชายนายไพโรจน์ ซึ่งตำรวจได้เก็บตัวอย่างดีเอ็นดี อ้างว่าพบเห็นนายไพโรจน์ ซึ่งมีสักเป็นลุงแท้ ๆ ล่าสุดช่วงวันที่ 21-22 เมษายน มีการพูดคุยถึงงานรับเหมาติดตั้งกระจกให้กับลูกค้าในราคา 90,000 บาท ซึ่งนายไพโรจน์ไปรับเงินมัดจำมาก่อน 70,000 บาท แต่ไม่ไปติดตั้งกระจกให้กับลูกค้า ทำให้ตนเองต้องไปรับงานต่อจนแล้วเสร็จ

นายอาร์ม ยืนยันเสียงแข็งว่าไม่รู้ไม่เห็นเกี่ยวกับเสียชีวิตของลุง และไม่รู้ว่าใครเป็นคนก่อเหตุ

ทีมข่าวลงพื้นที่หาข้อมูลเพิ่มเติม ตามร้านขายวัสดุก่อสร้างใกล้บ้านที่เกิดเหตุ ไปพบเบาะแสสำคัญ ประมาณวันที่ 23 เมษายน นายอาร์มได้ขับรถมาซื้อปูนซีเมนต์ไป 2 ถุง จากนั้นไม่เคยกลับมาที่ร้าน ทั้งที่ก่อนหน้านี้จะแวะมาซื้อปูน ดิน ทราย จากที่ร้านเพื่อนำไปใช้กับงานก่อสร้างเป็นประจำ

ตำรวจเค้นสอบปากคำนายอาร์ม กระทั่งยอมรับสารภาพว่าเป็นคนฆ่าลุงของตัวเองแล้วโบกปูนทับจริง ส่วนสาเหตุอ้างว่าพยายามทวงเงินมัดจำค่าติดตั้งกระจกคืน แต่นายไพโรจน์ไม่ยอม จนเกิดการโต้เถียงกัน จึงบันดาลโทสะใช้ไม้ฟาดนายไพโรจน์จนสลบ ก่อนจะไปซื้อปูนซีเมนต์มาก่อทับร่างเพื่ออำพรางความผิด

แม้ผู้ต้องหาจะรับสารภาพในเบื้องต้น แต่ยังคงต้องรอหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์มาประกอบ รวมถึงผลชันสูตรศพว่าใช่นายไพโรจน์จริง รวมถึงขยายผลเพิ่มเติมว่ามีคนอื่นร่วมก่อเหตุ หรือรู้เห็นด้วยหรือไม่ นอกจากนี้ยังพบข้อมูลอีกว่า หลังจากนายไพโรจน์หายตัวไป นายอาร์มได้นำรถเก๋งของนายไพโรจน์ ไปขายให้กับคนรู้จัก ในราคา 20,000 บาท ซึ่งในวันนี้จะมีการแถลงข่าวถึงความชัดเจนด้านคดีอีกครั้ง ก่อนจะมีการคุมตัวผู้ต้องหาไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพ