สนามข่าว 7 สี

รายงานพิเศษ : อดีตอาจารย์จุฬาฯ เปิดโปงถูกหญิงหลอกเอาเงิน 21.8 ล้านบาท

เมื่อวานนี้ (7 มิ.ย.) หญิงอายุ 84 ปี อดีตอาจารย์จุฬาฯ พร้อมทนายความเข้าแจ้งความเพิ่มเติมกับหญิงคนหนึ่ง ที่มาตีสนิทแล้วหลอกให้โอนเงินจำนวนกว่า 21.8 ล้านบาท ไปให้ ขณะเดียวกันหญิงผู้ถูกกกล่าวหาได้เข้าพบตำรววจ ยืนยันความบริสุทธิ์ว่าไม่คิดหลอกลวงเอาเงินตามที่ถูกกล่าวหา

คดีนี้แดงขึ้นเมื่อ นางขนิษฐ ตัณฑวิรัตน์ อายุ 84 ปี อดีตอาจารย์คณะอักษรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย พร้อมทนายอนันต์ชัย ไชยเดช เข้าแจ้งความกับตำรวจ สน.พหลโยธิน เพื่อให้ดำเนินคดีกับหญิงอายุ 55 ปี ที่เข้ามาตีสนิทคอยช่วยเหลือดูแล จนสร้างความไว้เนื้อเชื้อใจ ก่อนจะฉวยจังหวะที่เหยื่อกำลังโศกเศร้าที่หลานชาย และสามีเสียชีวิต ทำให้ต้องกินยารักษาอาการป่วยซึมเศร้า โดยออกอุบายล่อลวงพาไปธนาคารแล้วให้ลงลายมือชื่อถอนเงินออกจากบัญชี จำนวน 4 ครั้ง ครั้งแรกถอนเมื่อวันที่ 9 มีนาคมปีนี้ และต่อมาอีกหลายครั้ง จนครั้งหลังสุดวันที่ 28 เมษายนที่ผ่านมา รวมเป็นเงิน 21.8 ล้านบาท

ทีแรกญาติไม่มีใครรู้ แต่เพราะคนดูแลสังเกตเห็นถึงความผิดปกติ จึงไปบอกญาติให้ทราบและนำไปสู่การตรวจสอบเงินฝากในทุกบัญชีที่เป็นของ นางขนิษฐ โดยพบเงินถูกถอนไปรวมจำนวนกว่า 21 ล้านบาท จนมียอดคงเหลือแค่ 78,000 บาท ต่อมาภายหลังถึงรู้ว่าเงินจำนวนดังกล่าวถูกถ่ายโอนไปอยู่ในมือหญิงอายุ 55 ปี 

หญิงผู้เสียหาย ยืนยันว่าเงินกว่า 21 ล้านบาท ที่ถูกถอนจากบัญชีเป็นเงินที่เก็บออมไว้ยามบั้นปลายชีวิต และยิ่งคนนั้นไม่ได้ผูกพันธ์เป็นเครือญาติด้วยแล้ว ไม่มีทางจะถอนยกให้โดยเสน่หา โดยจำบางช่วงเวลาได้ที่หญิงอายุ 55 ปี เข้าหาแล้วพาไปธนาคาร จัดแจงนำเอกสารมาให้เซ็นเพื่อถอนเงิน แต่จำรายละเอียดได้ไม่หมดว่ากระทำไปทั้งหมดกี่ครั้ง และช่วงเวลาใดบ้าง ที่สุดจึงปรึกษาทนายความพาเข้าแจ้งความเอาผิดหญิงคนนี้ ฐานลักทรัพย์ และฉ้อโกง

ต่อมาทนายความฝ่ายผู้เสียหายได้ตรวจสอบเส้นทางการเงินที่หญิงอายุ 55 ปี ได้จากนางขนิษฐไปนั้น พบมีการโอนเข้า 4 บัญชี ทั้งในชื่อบัญชีส่วนตัว และบัญชีบริษัทที่หญิงอายุ 55 ปี เป็นเจ้าของ และในเวลาไม่นานเงินถูกทยอยถอนออกในทุกบัญชี โดยฝ่ายผู้เสียหายตามไปอายัดได้ทันแค่ 1 บัญชี โดยมีเงินคงเหลือ 3 ล้านบาท โดยเมื่อวานนี้ฝ่ายผู้เสียหายจึงต้องมาแจ้งความเพิ่มเติม เพื่อเอาผิดกับผู้เกี่ยวข้องที่รับโอนเงิน อีก 5 คน ฐานรับของโจร

เพื่อความเป็นธรรมกับ นางสาววีณา มณีใส อายุ 55 ปี เธอได้เผยความในใจบางส่วนกับทีมข่าวระหว่างที่เดินทางมาพบพนักงานสอบสวน สน.พหลโยธิน ตามหมายเรียกที่ถูกกล่าวหาว่าหลอกเอาเงินจำนวนกว่า 21 ล้านบาท จากผู้เสียหาย โดยเธอเปิดใจยืนยันว่าตั้งแต่ที่ได้รู้จักกับ นางขนิษฐ มานับ 10 ปี รักและเคารพเหมือนญาติผู้ใหญ่ ไม่มีเจตนาแอบแฝงหลอกลวงเอาเงิน และนางขนิษฐ ย่อมทราบดีว่าเธอนำเงินที่ได้ไปใช้หมุนเวียนในธุรกิจ โดยแต่ละครั้งที่รับเงินมามีผู้ใหญ่ที่นับถือเป็นตัวกลางรับรู้ ยกเว้นญาติที่ไม่รู้มาตั้งแต่ต้น เพราะถูกห้ามไม่ให้บอกใคร

หลังจากเกิดเรื่องยอมรับว่าเรื่องนี้กระทบความรู้สึกของเธออย่างมาก เหนือสิ่งอื่นใดยังเป็นห่วงใยอีกฝ่ายไม่เปลี่ยน ส่วนรายละเอียดจำนวนเงินที่ได้รับมาจาก นางขนิษฐ ซึ่ง นางสาววีณาไม่ขอพูดถึง เพราะเป็นเรื่องของคดีความ  

อีกคดีที่ตำรวจต้องสืบสวนสอบสวนคลี่คลายให้ข้อเท็จจริงปรากฏ และต้องเป็นธรรมทั้งฝ่ายผู้เสียหาย และผู้ถูกกล่าวหาด้วย