สนามข่าว 7 สี

รายงานพิเศษ : ระเบิดกลางอำเภอ ชาวบ้านหนีตายวุ่น จ.เชียงใหม่

ช่วงเย็นวานนี้ (8 มิ.ย.) ชาวอำเภอจอมทอง จังหวัดเชียงใหม่ พากันแตกตื่นตกใจ หลังได้ยินเสียงระเบิดดังสนั่น และตามมาด้วยควันพวยพุ่ง มองเห็นในรัศมีหลายกิโลเมตร ชาวบ้านพากันอพยพหนีตาย ส่วนจุดเกิดเหตุมาจากโกดังของร้านจำหน่ายเคมีภัณฑ์ทางการเกษตร ที่จัดเก็บสารเคมีวัตถุอันตราย ชาวบ้านในพื้นที่จึงเกิดคำถามว่า ทำไมถึงนำมาเก็บไว้ในโกดังกลางอำเภอ ลงสนามข่าวนี้กับคุณชนกันต์ กลิ่นสะอาด

ราว 16.00 น. เมื่อวานนี้ เสียงระเบิดที่ดังขึ้นติดต่อกันถึง 2 ครั้ง พร้อมกลุ่มควันพวยพุ่งขึ้นฟ้า ทำให้ชาวบ้านที่อาศัยอยู่ฝั่งตรงข้ามวัดพระธาตุศรีจอมทอง อำเภอจอมทอง จังหวัดเชียงใหม่ พากันหนีเอาชีวิตรอด เพราะหวั่นแรงระเบิดลูกต่อ ๆ ไป อาจทำให้ได้รับอันตรายถึงชีวิต

หลังเกิดเหตุไม่นาน เจ้าหน้าที่ดับเพลิงพยายามเข้าควบคุมสถานการณ์ภายในร้านเหรียญทอง แต่การปฏิบัติงานเต็มไปด้วยความยากลำบาก เพราะพื้นที่เกิดเหตุอยู่กลางชุมชน และต้นเพลิงมาจากโกดังเก็บเคมีภัณฑ์ทางการเกษตร ซึ่งอยู่กลางอาคารพาณิชย์ที่ห้อมล้อมไว้หลายคูหา สายไฟฟ้าถูกเพลิงลุกไหม้ ประกายไฟกระจายใส่เจ้าหน้าที่ ใช้เวลาหลายชั่วโมงจึงสามารถเข้าไปยังจุดเกิดเหตุได้

ขณะที่ ผู้ว่าราชการจังหวัด ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์ทันที พร้อมกำชับเจ้าหน้าที่ตรวจสอบสาเหตุที่ทำให้เกิดระเบิดและเพลิงลุกไหม้ในครั้งนี้ ขณะเดียวกัน ได้สั่งฝ่ายปกครอง อำเภอจอมทอง ช่วยเหลือเจ้าของอาคารพาณิชย์โดยรอบให้มีที่อยู่อาศัยชั่วคราว เนื่องจากโครงสร้างของอาคารหลายหลังมีอายุมากกว่า 20 ปี และถูกเพลิงไหม้นานหลายชั่วโมง ไม่สามารถกลับเข้าไปอยู่อาศัยได้ หวั่นจะทรุดตัวลงมา เหมือนเหตุสลดที่เกิดขึ้นในกรุงเทพมหานครก่อนหน้านี้

ขณะที่ เจ้าของร้านจำหน่ายสังฆภัณฑ์ ซึ่งได้รับความเสียหายจากเพลิงที่ลุกไหม้มาจากโกดังเก็บสารเคมี ยอมรับ ยังตกใจไม่หาย ก่อนหน้านี้เคยร้องเรียนไปยังหน่วยงานที่รับผิดชอบ เหตุใดปล่อยให้มีโกดังเก็บสารเคมีอันตรายอยู่กลางชุมชนที่มีมาก่อน แต่ก็ไม่ได้รับคำตอบหรือการแก้ไขใด ๆ จนมาเกิดเหตุระเบิดนี้ขึ้นตามที่หวาดกลัวไว้ และจนถึงขณะนี้ ก็ยังไม่สามารถประเมินค่าความเสียหายของทรัพย์สินได้

นอกจากความเสียหายของอาคารพาณิชย์ที่อาจต้องถูกรื้อถอนโครงสร้างแล้ว อีกหนึ่งสิ่งที่ต้องให้ความสำคัญ คือ เรื่องของคุณภาพอากาศ และคุณภาพน้ำ หลังพบสารเคมีเกษตรไหลปะปนลงไปในแหล่งน้ำจำนวนมาก ซึ่งวันนี้ เจ้าหน้าที่จากกรมควบคุมมลพิษ สำนักงานสิ่งแวดล้อมจังหวัดเชียงใหม่ จะลงพื้นที่ตรวจสอบ พร้อมกับชุดพิสูจน์หลักฐานที่จะเข้าเก็บหลักฐานเพิ่มเติมจากเมื่อคืนนี้ เพื่อหาสาเหตุใช้เป็นหลักฐานให้ผู้เสียหายดำเนินคดี ซึ่งหากพบว่าผู้ครอบครองเคมีภัณฑ์ไม่มีใบอนุญาต หรือถือครองสารเคมีเกินจำนวนที่ภาครัฐกำหนด ก็จะต้องถูกดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป