เช้าข่าว 7 สี

ตำรวจชี้ เป็นสิทธิลุงพล ร้องขอความเป็นธรรม กมธ. - เปิดตัวทีมทนายสู้คดีน้องชมพู่

พลตำรวจตรียิ่งยศ เทพจำนงค์ โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ชี้แจงถึงกรณีที่ นายษิทรา เบี้ยบังเกิด ทนายความ พา นายไชย์พล วิภา หรือลุงพล ผู้ต้องหาในคดีการเสียชีวิตน้องชมพู่ และ นางสมพร หลาบโพธิ์ หรือป้าแต๋น ไปมายื่นหนังสือร้องเรียนกับ นายสิระ เจนจาคะ ประธานคณะกรรมาธิการการกฎหมาย การยุติธรรมและสิทธิมนุษยชน สภาผู้แทนราษฎร ถึงกรณีที่ถูกตำรวจจับกุมตัวโดยมิชอบ ยืนยันว่าตำรวจทำตามหน้าที่ และปฏิบัติตามกฎหมายทุกประการ แต่ก็เป็นสิทธิของผู้ต้องหา ที่จะร้องขอความเป็นธรรมกับหน่วยงานต่างๆ หากมองว่า ไม่ได้รับความเป็นธรรม ส่วนกรณีดังกล่าวจะทำให้ภาพลักษณ์ของตำรวจเสียหาย ถูกมองว่าใช้อำนาจหน้าที่กลั่นแกล้งประชาชนหรือไม่นั้น ในส่วนของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ยังไม่มองว่าเรื่องดังกล่าวจะกระทบต่อภาพลักษณ์องค์กร และยังไม่มีการพิจารณาเรื่องการฟ้องร้องกลับ เพียงขอให้ผู้ต้องหาร้องขอความเป็นธรรมภายใต้สิทธิของตนเอง ไม่ไปกระทบสิทธิของผู้อื่น แต่หากพนักงานสอบสวนหรือผู้ที่เกี่ยวข้องมองว่า เป็นการกล่าวหาให้เสื่อมเสียชื่อเสียง ก็ขึ้นอยู่กับตัวผู้ที่ถูกกล่าวหาว่า จะดำเนินการฟ้องร้องหรือไม่

ส่วนกรณีที่คณะกรรมาธิการฯจะเชิญ พลตำรวจเอกสุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ไปชี้แจงนั้น ส่วนตัวยังไม่ทราบรายละเอียดดังกล่าว

ความเคลื่อนไหวที่จังหวัดมุกดาหาร เมื่อวานนี้ ฝั่งของแม่น้องชมพู่ หรือ นางสาวิตรี วงศ์ศรีชา ก็มีความชัดเจนเรื่องการเปิดตัวทีมทนายความ เป็นโจทก์ร่วมต่อสู้คดีให้น้องชมพู่ ซึ่งมีทั้งหมด 4 คน

นายวินัย ชุมสวัสดิ์ ในฐานะหัวหน้าทีมทนายความ เปิดเผยว่า คดีน้องชมพู่ ยังอยู่ในชั้นพนักงานสอบสวน รอส่งอัยการ หากมีความเห็นสั่งฟ้อง ทนายความทั้ง 4 คน ก็จะเป็นโจทก์ร่วม แต่หากอัยการสั่งไม่ฟ้อง ก็จะยื่นฟ้องเอง โดยมี นายอัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์ ประธานชมรมช่วยเหลืออาชญากรรม เป็นที่ปรึกษาในคดีทีมทนายทั้ง 4 คนที่จะว่าความในคดี แบ่งงานออกเป็น 2 ทีม โดย 2 คนแรก ทำคดีน้องชมพู่เพียงอย่างเดียว

ส่วนอีก 2 คนที่เหลือจะดูแลคดีปกป้องสิทธิเป็นหลัก ดำเนินคดีกับคนที่ละเมิดให้ร้ายกล่าวหาทั้งทางแพ่งและทางอาญา ยืนยันว่า ไม่ได้หนักใจในการต่อสู้คดี และพวกเราไม่ใช่อัศวินขี่ม้าขาว คนที่เป็นอัศวิน คือ ตำรวจ เจ้าหน้าที่ และพนักงานอัยการ ที่ให้ความเป็นธรรมกับผู้เสียหาย กรณีที่มีคนมองว่า คดีความของน้องชมพู่ครั้งนี้ เหมือนเป็นการเปิดศึกทนายความของทั้ง 2 ฝ่าย ก็ไม่น่าใช่ เป็นเพียงแค่แค่วาทกรรม แต่เรื่องจริง คือ แม่คือ ผู้สูญเสีย ทีมทนายต้องเอาคนทำผิดมารับโทษให้ได้

นายอัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์ ประธานชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม ในฐานะ ที่ปรึกษาในคดี กล่าวว่า จะไม่อนุญาตให้ นายสิระ เจนจาคะ ประธานคณะกรรมาธิการการกฎหมาย การยุติธรรมและสิทธิมนุษยชน มาพบกับลูกความ เพราะเชื่อมั่นในหลักฐาน ไม่ใช่คดีหรือเรื่องทางการเมือง เชื่อมั่นในผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ คดีนี้มีความผิดเพี้ยนมาก ผู้สูญเสียกลับถูกกล่าวหาฆ่าลูกตัวเอง ผู้ต้องหากลับกลายเป็นซูเปอร์สตาร์และเชื่อว่าตลอดเวลาที่ลงพื้นที่ 7 เดือน ทำให้พอจะรู้อะไรเป็นอะไร ส่วนอีกฝั่งเพิ่งลงมาทำคดี ก็ฟังแต่ลูกความของตัวเองไม่ได้ ผู้ต้องหากลายเป็นดารา ครั้งนี้จะเข้ามาช่วยโดยไม่มีค่าใช้จ่าย

ประเด็นการยื่นคำร้องขอค้านปล่อยตัวชั่วคราว ก็เป็นหลักทั่วไป ที่ศาลให้ความเป็นธรรมกับผู้ต้องหา ถ้ามีการทำผิดเงื่อนไข ก็จะยื่นคำร้องต่อศาลถอนประกันทันที ส่วนสาระการต่อสู้คดีจะไม่ขอเปิดเผย ซึ่งบรรยากาศการแถลงข่าว เปิดตัวทีมทนายความแม่ “น้องชมพู่” ได้รับความสนใจจากชาวบ้านกกกอก และกลุ่มแฟนคลับที่พากันมานั่งฟังและนำดอกไม้ มาให้กำลังใจ ขอให้ชนะคดี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง