เคลียร์ข่าวชัด 7HD

สั่งสอบครูโรงเรียนดัง โพสต์คุกคามทางเพศนักเรียน

เคลียร์ข่าวชัด 7HD - กลายเป็นประเด็นร้อนในโลกออนไลน์ เมื่อมีเพจหนึ่งออกมาแฉพฤติการณ์ของครูโรงเรียนดังย่านลาดพร้าว ชอบโพสต์เฟซบุ๊กเชิงคุกคาม และส่อไปในเรื่องเพศกับเด็กนักเรียน ชาวเน็ตต่างเข้ามาวิพากษ์วิจารณ์ แบบนี้ความปลอดภัยของเด็กอยู่ที่ไหน ล่าสุด ผอ.โรงเรียนดัง เรียกสอบเจ้าตัวแล้ว

เพจดังนำภาพหลักฐานที่ครูโรงเรียนดังแห่งหนึ่งย่านลาดพร้าว ที่โพสต์ลงเฟซบุ๊กส่วนตัว มาแชร์ต่อ พร้อมระบุว่า "เป็นครูแต่ลงรูปนักเรียน แล้วใส่แคปชั่นในเชิงส่อไปทางเพศ และคุกคามทางเพศผู้อื่น แบบนี้เหมาะสมหรือ"

ไปดูภาพที่ทางเพจนำมาลง พบครูท่านนี้โพสต์ภาพและข้อความในเชิงลามกอนาจารแทบทั้งสิ้น บางภาพมีการโพสต์ภาพตนเองขณะรับไหว้นักเรียนหญิงคนหนึ่ง พร้อมแคปชั่น "ปฏิบัติหน้าที่ครูเวรสาวดาวยั่ว..." แล้วก็มีอีกภาพขณะที่เด็ก ๆ ในโรงเรียนกำลังเต้นทำกิจกรรมกัน ครูดังกล่าวก็โพสต์ในลักษณะคุกคามทางเพศนักเรียน ตรวจสอบพบเป็นภาพเมื่อปี 2563

หลังโพสต์นี้ถูกแชร์ออกไป ก็มีชาวเน็ตแห่คอมเมนต์ พร้อมแคปหลักฐานที่ครูดังกล่าวโพสต์ลงเฟซบุ๊กมาให้ดูอีก เช่นข้อความว่า "ด้วยความเคารพผู้ปกครองนักเรียน กรุณาอย่าเข้ามา....(เสื..ก)ในเฟซนี้ ขอบ....(ค...ย)ค่ะ" คือตอบกลับด้วยถ้อยคำหยาบคาย เล่นเอาหลายคนอึ้ง พร้อมระบุ ครูรายนี้จะทำให้อาชีพครูต้องเสื่อมเสีย ไม่รู้ทางต้นสังกัดรับครูแบบนี้เข้ามาทำงานได้อย่างไร พร้อมทั้งเป็นห่วงเด็กนักเรียนทั้งหญิงและชาย ที่ต้องเรียนกับครูที่มีพฤติการณ์แบบนี้

ทีมข่าว 7HD ลงพื้นที่ไปยังโรงเรียนดังย่านลาดพร้าวดังกล่าว พบกับผู้อำนวยการโรงเรียน ซึ่งชี้แจงว่าครูที่ถูกโซเชียลพาดพิงถึง สังกัดอยู่ที่นี่จริง เป็นครูผู้ชาย อายุประมาณ 30 ปี สอนวิชาสุขศึกษา ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 บรรจุเป็นข้าราชการครูเมื่อ 5 ปีที่แล้ว ปกติอยู่ที่โรงเรียนเป็นคนเงียบ เรียบร้อย ออกแนวเพศที่สาม ทราบจากเพื่อนครูว่าเจ้าตัวเคยเปรยว่า ช่วงหลังมีอาการป่วยเป็นโรคซึมเศร้า แต่ไม่พบว่ามีพฤติการณ์คุกคามทางเพศกับเด็กนักเรียนจริง ๆ มาก่อน

ส่วนกรณีที่ไปโพสต์ในโลกโซเชียลในลักษณะลามกอนาจาร และแอบนำรูปภาพของเด็กนักเรียนทั้งหญิงและชาย ไปโพสต์ในลักษณะคุกคามและส่อไปในเรื่องเพศ หลังทราบเรื่องทางโรงเรียนก็ได้พยายามติดต่อคุณครูท่านนี้ แต่ปรากฏว่าได้ปิดโทรศัพท์มือถือตั้งแต่เช้า หลังจากนี้หากพบตัว จะมีการสอบสวนเบื้องต้นและตั้งกรรมการสอบข้อเท็จจริง สำหรับโทษเบาสุดคือ ว่ากล่าวตักเตือน สูงสุดถึงขั้นไล่ออก ส่วนในแง่กฎหมาย หากมีเด็กนักเรียนแจ้งความก็อาจมีความผิดตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ ด้วย

ขอบคุณภาพจาก : Facebook บอดินไม่อินเผด็จการ