เจาะประเด็นข่าว 7HD

แจงใช้วัคซีนแอสตร้าเซนเนก้า 13 โดส ต่อ 1 ขวด เป็นเพียงทดลอง ชี้ไม่สามารถทำได้

ผู้อำนวยการโรงพยาบาลสทิงพระ ออกมาชี้แจงถึงกรณีที่มีการแชร์ภาพพร้อมข้อความใช้เข็มฉีดยาอินซูลินแบบถอดปลายเข็มไม่ได้ ดูดวัคซีน AstraZeneca ให้ได้ 13 Dose ต่อ 1 ขวด ทั้งที่อธิบดีกรมควบคุมโรค ให้ดูดได้ 11-12 โดสเท่านั้น จนกลายเป็นกระแสวิพากษ์วิจารณ์ โดยบอกว่า เป็นเพียงการทดลองเท่านั้น และขอโทษต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ขณะที่สาธารณสุขจังหวัดสงขลา ออกมาระบุได้สั่งห้ามการทดลองดังกล่าว

จากกรณีที่สื่อสังคมออนไลน์มีการแชร์ข้อความพร้อมรูปภาพของโรงพยาบาลแห่งหนึ่งในจังหวัดสงขลา ใช้เข็มฉีดยาอินซูลินแบบถอดปลายเข็มไม่ได้ ดูดวัคซีน AstraZeneca ให้ได้ 13 Dose ต่อ 1 ขวด ทั้งที่อธิบดีกรมควบคุมโรค ให้ดูดได้ 11-12 โดสเท่านั้น โดยทางเพจหมอขอบ่นหน่อยเหอะ นำเรื่องราวโพสต์ผ่านเพจเฟซบุ๊ก พร้อมตั้งคำถาม “มาตรฐานอยู่ไหน” กลายเป็นกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนัก

นายแพทย์นครินทร์ ฉินตระกูลประดับ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลสทิงพระ และรักษาการผู้อำนวยการโรงพยาบาลสิงหนคร ออกมาชี้แจงถึงกรณีดังกล่าว การดูดวัคซีนจากขวดวัคซีน AstraZeneca เกิดจากการทดลองของตนเอง โดยเห็นว่าขณะที่พยาบาลทำการดูดวัคซีนโดยใช้เข็มฉีดยาขนาด 1 cc แบบถอดปลายเข็มได้เบอร์ 25 สามารถดูดวัคซีนออกมาได้ทั้งหมด 11 Dose หากทดลองให้ใช้เข็มฉีดยาอินซูลินแบบถอดปลายเข็มไม่ได้เบอร์ 27 โดยใช้น้ำเติมเข้าไปในขวดวัคซีนที่ใช้หมดแล้ว สามารถแบ่งน้ำในขวดได้ทั้งหมด 13 Dose จึงคิดว่าอยากจะให้เจ้าหน้าที่ใช้เข็มอินซูลินแบบนี้ ดูดแบ่งวัคซีน AstraZeneca ให้ได้จำนวนโดสสูงสุด และมองว่าจะเป็นประโยชน์ต่อประชาชนให้ได้วัคซีนมากขึ้น จึงนำเสนอความคิดนี้ต่อผู้บริหารจังหวัดสงขลา แต่ปรากฏว่าไม่ได้รับการเห็นชอบ จึงไม่ได้ดำเนินการต่อและขอโทษต่อสิ่งที่เกิดขึ้นทั้งหมด

ล่าสุด นพ.อุทิศศักดิ์ หริรัตนกุล สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดสงขลา หรือ สสจ.จังหวัดสงขลา บอกว่าได้ตรวจสอบกรณีที่เกิดขึ้นแล้วและมีการเรียกประชุมหน่วยงานที่เกี่ยวพร้อมระบุเหตุการณ์ดังกล่าวเป็นเพียงการทดลองของ ผอ.โรงพยาบาลสทิงพระ ซึ่งในที่ประชุมมีมติไม่สามารถกระทำการได้และสั่งห้ามไม่ให้มีการฉีดวัคซีน 13 Dose ตามการทดลอง

นอกจากนี้ สสจ.จังหวัดสงขลา ยืนยันกระบวนการฉีดวัคซีนให้แก่ประชาชนในจังหวัดสงขลา เป็นไปตามกระบวนการที่กรมควบคุมโรคกำหนด เพื่อให้ประชาชนได้ประโยชน์สูงสุด