ข่าวภาคค่ำ

ผลชันสูตรหญิง 46 ปี เสียชีวิตหลังฉีดวัคซีน พบกล้ามเนื้อหัวใจตายเฉียบพลัน

ข่าวภาคค่ำ - ผลชันสูตรหญิงอายุ 46 ปี ออกมาแล้ว พบกล้ามเนื้อหัวใจตายเฉียบพลัน เตรียมส่งเข้าคณะกรรมการผู้เชี่ยวชาญ พิจารณาอาการไม่พึงประสงค์จากการฉีดวัคซีน เพื่อวินิจฉัยว่าเกี่ยวข้องกับวัคซีนหรือไม่

นิติเวชโรงพยาบาลภูมิพลอดุลยเดช เปิดผลชันสูตรกรณีผู้ป่วยหญิงอายุ 46 ปี เสียชีวิต หลังฉีดวัคซีนแอสตราเซนเนกา แพทย์สรุปว่า ผู้ป่วยมีภาวะบวมน้ำที่ปอดทั้ง 2 ข้างอย่างรุนแรง พบเลือดออกในถุงหุ้มหัวใจ หัวใจห้องบนขวาฉีกขาด เพราะกล้ามเนื้อหัวใจตายเฉียบพลัน และในการชันสูตรยังพบว่าผู้ป่วยรายนี้ไม่ได้กินยาไมเกรนก่อนเสียชีวิต

สำหรับความคืบหน้าการฉีดวัคซีนโควิด-19 ไทยฉีดไปแล้วกว่า 5.6 ล้านโดส แบ่งเป็นเข็มแรก 4.1 ล้านคน และครบ 2 เข็มแล้ว 1.5 ล้านคน ส่วนผลข้างเคียงหรือแพ้วัคซีน เกิดขึ้นได้น้อยกว่า 1 ต่อแสนคน

ส่วนการปูพรมฉีดวัคซีนให้กลุ่มแรงงานในกรุงเทพมหานคร ล่าสุด สำนักงานประกันสังคม ให้ปิดศูนย์ฉีดวัคซีนโควิด-19 ทั้ง 45 จุด ตั้งแต่วันพรุ่งนี้เป็นต้นไป เพื่อปรับปรุงการบริหารจัดการฉีดวัคซีนให้ดีขึ้น และจะกลับมาเปิดศูนย์ฉีดวัคซีนได้อีกครั้งในวันที่ 28 มิถุนายนนี้

ต่อด้วยการตรวจสอบกลุ่มบุคคลสวมเสื้อวินรถจักรยานยนต์รับจ้าง มาต่อคิวเข้ารับการฉีดวัคซีนโควิด-19 ที่ศูนย์ฉีดวัคซีนกลางบางซื่อ

ล่าสุด นายกสมาคมผู้ขับขี่รถรถจักรยานยนต์รับจ้างแห่งประเทศไทย ยอมรับกับอธิบดีกรมการขนส่งทางบกแล้วว่า มีสมาชิกให้ภรรยา ลูก และคนใกล้ชิด สวมเสื้อวินเข้าคิวไปฉีดวัคซีน เพราะความเข้าใจผิด รู้เท่าไม่ถึงการณ์ และขอโทษกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น

ไปดูเรื่องของวัคซีนไฟเซอร์ ล่าสุด​ บริษัทไฟเซอร์ ประเทศไทย ยื่นขอขึ้นทะเบียนกับ อย.แล้ว และไทยมีแผนการนำเข้าวัคซีนไฟเซอร์ 20 ล้านโดส กลุ่มเป้าหมายเป็นเด็กอายุ 12-18 ปี

สำหรับสถานการณ์ระบาดโควิด-19 ในกรุงเทพมหานคร พบผู้ติดเชื้อใหม่ 942 คน และมี 78 คลัสเตอร์ต้องเฝ้าระวัง ส่วนคลัสเตอร์ใหม่ พบอีก 3 คลัสเตอร์ ได้แก่ แคมป์ก่อสร้างวรสิษฐ์ หลักสี่, ตลาดซอยละลายทรัพย์ บางรัก และคลัสเตอร์โรงงานเย็บผ้า ภาษีเจริญ

และในการประชุม ศบค. วันที่ 18 มิถุนายนนี้ จะพิจารณายกเลิกการรับผิดชอบค่าใช้จ่ายการกักตัวผู้ที่เดินทางกลับจากต่างประเทศ ใน State Quarantine เริ่มตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคมนี้ เป็นต้นไป เพื่อลดภาระงบประมาณ

สถานการณ์โควิด-19 ของไทย ขึ้นอันดับ 79 ของโลก มีผู้ป่วยใหม่ 2,290 คน สะสม 189,828 คน รักษาหายแล้ว 144,998 คน ยังรักษาอยู่ 43,428 คน และมีผู้เสียชีวิตอีก 27 คน โควิด-19 คร่าชีวิตไปแล้ว 1,402 คน

ส่วนจำนวนผู้ติดเชื้อทั่วโลก ล่าสุด พุ่งสูงกว่า 175.6 ล้านคน เสียชีวิตกว่า 3.7 ล้านคน โดย 3 ประเทศที่มีผู้ติดเชื้อสะสมสูงสุดยังคงเป็นสหรัฐอเมริกา อินเดีย และบราซิล

ขณะที่ 10 ประเทศที่มีผู้ติดเชื้อรายวันเพิ่มขึ้นสูงสุด อันดับแรก คือ อินเดีย ที่มีผู้ติดเชื้อเพิ่มรายใหม่กว่า 91,000 คน ตามมาด้วยบราซิล เพิ่มขึ้นกว่า 89,000 คน