7HDร้อนออนไลน์

พี่ชายรับศพเสี่ยรถสปอร์ตเปิดประทุน วอนสังคมอย่าประณาม ระบุครอบครัวก็สูญเสียเหมือนกัน

วันนี้ (14 มิ.ย. 64) ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้ากรณีอุบัติเหตุรุนแรงรถยนต์เก๋งสปอร์ต เปิดประทุน ขับซิ่งฝ่าสายฝน ก่อนเกิดเสียหลักพุ่งข้ามเกาะกลางถนน ไปชนประสานงากับรถยนต์เก๋งที่วิ่งสวนมา ทำให้ น.ส.กรกฏ หิรัญ อายุ 31 ปี ซึ่งเป็นคนขับ และ น.ส.วรรณกานต์ วรรณกายนต์ อายุ 29 ปี เสียชีวิตคาที่อยู่ที่ภายในรถ ส่วน นายสุรภักดิ์ ภูไชยแสง อายุ 50 ปี คนขับรถยนต์เก๋งสปอร์ตเปิดประทุน เสียชีวิตที่ รพ.หนองไผ่ โดยมีหญิงสาวอายุ 18 ปี ที่นั่งมาในรถสปอร์ต ได้รับบาดเจ็บสาหัสขาข้างซ้ายหัก เหตุเกิดเมื่อช่วงบ่ายวันที่ 13 มิ.ย. ที่ผ่านมา

ล่าสุดวันนี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจจากกองพิสูจน์หลักฐาน และเจ้าหน้าที่จากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบที่เกิดเหตุ โดย พ.ต.อ.พีระเพชร อุบลจิตต์. ผกก.สภ.นาเฉลียง อ.หนองไผ่ กล่าวว่า ขณะนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจ กำลังรวบรวมหลักฐานเพื่อพิสูจน์ความเร็วของรถสปอร์ต ที่พุ่งข้ามเกาะกลางถนนและชนรถเก๋งฝั่งตรงข้าม จนเป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิตจำนวน 3 ราย

เบื้องต้นสันนิษฐานว่าน่าจะขับเร็ว เพราะพบหลักฐานการขับแซงรถจำนวนหลายคัน โดยวันนี้ตำรวจวิทยาการจะเข้าตรวจสอบพื้นที่ว่า การเกิดอุบัติเหตุครั้งนี้เกิดจากสภาพถนน หรือสภาพรถ และในขณะเกิดเหตุยางแตก หรือเบรกรถมีปัญหาหรือไม่ ในส่วนเรื่องเมาแล้วขับ ก็มีการเจาะเลือดผู้เสียชีวิตไปตรวจ ซึ่งจะทราบผลอีก 14 วัน โดยขณะนี้ต้องรอหลักฐานจากตำรวจวิทยาการ และหลักฐานจากทางโรงพยาบาลมาพิจารณาประกอบคดี

ขณะที่พ่อแม่และญาติของผู้เสียชีวิตทั้ง 3 คน ได้เดินทางมาที่ รพ.หนองไผ่ เพื่อมารอรับศพนำกลับไปประกอบพิธีทางศาสนาที่บ้านเกิด โดย นายนิติ วรรณกายนต์ อายุ 63 ปี พ่อของ น.ส.วรรณกานต์ หรือน้องอุ้ย เล่าว่า ลูกสาวตนเรียนจบวิศวกรเคมี จากมหาวิทยาลัยชื่อดังแห่งหนึ่ง ขณะนี้ทำงานเป็นวิศวกรเคมีอยู่ที่บริษัทผลิตรถยนต์แห่งหนึ่ง จะเดินทางมาบ้านทุกครั้งที่มีโอกาส

ก่อนเกิดเหตุน้องอุ้ยได้โทรมาบอกทางบ้านว่าจะกลับมาบ้าน ตนและครอบครัวรู้สึกดีใจ เตรียมทำกับข้าวที่น้องอุ้ยชอบรับประทาน ตนเองได้ไปเก็บผักในสวนมาเตรียมไว้ แต่ต้องมารับทราบข่าวร้ายว่าลูกสาวประสบอุบัติเหตุเสียชีวิต ตนเองพยายามตั้งสติ โดยน้องอุ้ยเป็นคนน่ารัก มีนิสัยร่าเริงรักพ่อแม่ ถ้าหากรู้ว่าพ่อแม่อยากได้อะไรจะรีบซื้อให้ รถยนต์ที่ตนขับอยู่ทุกวันนี้ น้องอุ้ยก็เป็นคนซื้อให้ ซึ่งตนคิดว่าอนาคตลูกสาวคนนี้ กำลังจะไปได้ดีมีความก้าวหน้าในหน้าที่การงาน

ด้านพี่ชายของนายสุรภักดิ์ ที่เดินทางมารับศพ บอกว่า นายสุรภักดิ์น้องชาย เป็นลูกคนสุดท้องของครอบครัว เป็นคนมีฐานะดี และยังเป็นโสด ไม่มีครอบครัว ซึ่งแม่ตั้งความหวังไว้ว่าจะฝากผีฝากไข้กับลูกชายคนนี้ แม่ทั้งรักทั้งห่วงลูกชายคนนี้มาก ที่ผ่านมาน้องชายดูแลและรับผิดชอบแม่ที่อายุ 80 ปี เป็นอย่างดี

ในฐานะที่ตนเป็นพี่ชายอยากจะขอร้องต่อสังคมว่า ขอให้โอกาสพวกเราบ้าง เพราะครอบเราก็สูญเสียเหมือนกัน อยากจะขอร้องสื่อมวลชนให้เป็นกระบอกเสียงว่า อะไรที่มันยังไม่ชัดเจนอย่าไปประณาม อย่าพิพากษาโดยสังคม เรื่องมันอาจจะถูกหรือผิดก็ได้ แต่มันยังไม่ถึงเวลา เพราะเจ้าหน้าที่ตำรวจก็ยังอยู่ในช่วงดำเนินการรวบรวมพยานหลักฐาน ยังไม่รู้ว่าใครผิดใครถูก

ขอนำเรียนสื่อว่า น้องชายไม่ได้ไลฟ์สดในขณะเกิดเหตุ และไม่ได้ขับรถเร็ว ซึ่งในสื่อโซเชียลสามารถเปรียบเทียบได้ ขณะนี้กำลังหากล้องหน้ารถทั้งสองคัน และคำยืนยันของผู้รอดชีวิต ที่ขณะนี้ถูกส่งตัวไปรักษาที่ รพ.เพชรบูรณ์