เช้านี้ที่หมอชิต

ศาลพิเศษเมียนมาเริ่มพิจารณาคดี อองซาน ซูจี 4 เดือน หลังรัฐประหาร

เช้านี้ที่หมอชิต - การพิจารณาคดีของ นางอองซาน ซูจี เริ่มขึ้นแล้วเมื่อวันจันทร์ ราว 4 เดือน หลังกองทัพก่อรัฐประหารยึดอำนาจ แต่ยังไม่กำหนดวันไต่สวนข้อหาคอร์รัปชัน

สำนักข่าวซีเอ็นเอ็น รายงานว่า เมื่อวันจันทร์ที่ 14 มิถุนายน 2564 ศาลพิเศษในกรุงเนปิดอว์ ประเทศเมียนมา เริ่มการพิจารณาคดีของ นางอองซาน ซูจี อดีตผู้นำเมียนมา ซึ่งถูกกองทัพก่อรัฐประหารยึดอำนาจเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ แล้วในวันจันทร์ ศาลเริ่มไต่สวนข้อหาแรกจากทั้งหมด 3 ข้อหา

หลังถูกโค่นอำนาจ นางซูจี ถูกรัฐบาลทหารตั้งข้อหามากมาย รวมถึงละเมิดกฎหมายการคมนาคมด้วยการนำเข้าวิทยุสื่อสาร วอล์กกี ทอล์กกี โดยไม่ถูกต้องตามกฎหมาย และใช้งานวิทยุดังกล่าวโดยไม่ได้รับอนุญาต เผยแพร่ข้อมูลที่อาจสร้างความตระหนกและไม่สงบในสังคม และข้อหาละเมิดกฎหมายจัดการภัยพิบัติธรรมชาติ 2 กระทง จากการละเมิดข้อจำกัดเพื่อป้องกันการระบาดของไวรัสโควิด-19 ระหว่างการหาเสียงเลือกตั้งปี 2563

ในวันเดียวกัน ศาลพิเศษยังมีการไต่สวนคดีของ นายอู วิน มินต์ อดีตประธานาธิบดี ในข้อหาละเมิดกฎหมายจัดการภัยพิบัติธรรมชาติด้วย ก่อนที่ในวันอังคาร ศาลจะไต่สวนข้อกล่าวหาที่เหลือของ นางซูจี โดยการพิจารณาคดีจะจัดขึ้นทุกวันจันทร์และวันอังคารของทุกสัปดาห์ ฝ่ายอัยการรัฐมีเวลานำเสนอหลักฐานต่าง ๆ จนถึงวันที่ 28 มิถุนายน หลังจากนั้นทนายฝ่ายจำเลยจะมีเวลาแก้ต่างจนถึงวันที่ 26 กรกฎาคม

อย่างไรก็ตาม ศาลยังไม่กำหนดวันพิจารณา 2 ข้อกล่าวหาที่รุนแรงที่สุดของ นางซูจี ได้แก่ ข้อหาละเมิดกฎหมายความลับของรัฐ ซึ่งมีโทษจำคุกสูงสุด 14 ปี และข้อหารับสินบน ซึ่งมีโทษจำคุกสูงสุด 15 ปี กับปรับเงินอีกจำนวนหนึ่ง

ทั้งนี้ กองทัพเมียนมาก่อรัฐประหารยึดอำนาจจากรัฐบาลซูจีเมื่อ 1 กุมภาพันธ์ โดยอ้างว่าเกิดการฉ้อโกงอย่างกว้างขวางในการเลือกตั้งทั่วไปเมื่อเดือนพฤศจิกายนปีก่อน พร้อมกับควบคุมตัว นางซูจี และอดีตเจ้าหน้าที่รัฐคนสำคัญไว้หลายคน ก่อนจะมีการตั้งข้อกล่าวหามากมาย ที่นักเคลื่อนไหวและผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายหลายคนวิพากษ์วิจารณ์ว่ามีแรงจูงใจทางการเมือง เพื่อปราบปรามผู้เห็นต่างและรวมศูนย์อำนาจ

ด้าน นายฟิล โรเบิร์ตสัน รองผู้อำนวยการองค์กรฮิวแมนไรท์วอตช์สาขาเอเชีย กล่าวว่า ข้อกล่าวหาของ นางซูจี ที่กำลังมีการพิจารณาในชั้นศาล เป็นเรื่องหลอกลวงและมีแรงจูงใจทางการเมือง เพื่อหักล้างชัยชนะการเลือกตั้ง และป้องกันไม่ให้นางซูจีกลับเข้ามารับตำแหน่งในรัฐบาลอีก