สนามข่าว 7 สี

รายงานพิเศษ : เร่งช่วยเหลือแมวถูกทิ้งกว่า 100 ตัว จ.ปทุมธานี

เจ้าหน้าที่เข้าช่วยเหลือแมวกว่า 100 ชีวิต ที่ถูกเจ้าของปล่อยทิ้งขว้าง ภายในทาวเฮาส์ 3 หลังที่จังหวัดปทุมธานี บางตัวถูกขังเอาไว้ในกรง ไม่ได้กินน้ำ กินอาหาร สภาพผอมโซ ชาวบ้านในพื้นที่ทนกับกลิ่นเหม็นคละคลุ้งมานานกว่า 10 ปี ร้องเรียนไปที่ไหนก็ไม่มีใครช่วยเหลือ ติดตามจากรายงานของคุณศิรัณพร มูลอุทก

เจ้าหน้าที่ดำเนินการเข้าช่วยเหลือแมวกว่า 100 ตัว ที่ถูกขังภายในทาวเฮาส์ 3 หลัง ที่หมู่บ้านแห่งหนึ่ง ในซอยรังสิต-นครนายก 60 ตำบลประชาธิปัตย์ อำเภอธัญบุรี จังหวัดปทุมธานี หลังมีชาวบ้านร้องขอความช่วยเหลือเดือดร้อนกับกลิ่นเหม็นของมูลแมวที่คละคลุ้งไปทั่วบริเวณ และส่งเสียงร้องรบกวนตลอดทั้งวันทั้งคืน แมวหลายตัวมีสภาพผอมโซ ไม่ได้กินน้ำ อาหาร บางตัวตาย กลายเป็นซากถูกทิ้งไว้ในบ้าน

เจ้าหน้าที่สาธารณสุข, ปศุสัตว์จังหวัด ร่วมกับมูลนิธิอนุรักษ์ช้างและสิ่งแวดล้อม เข้าให้การช่วยเหลือ ตรวจสอบพบว่าทาวน์เฮาส์ 3 หลัง มีเจ้าของ 2 คน และดักจับช่วยเหลือแมวได้ประมาณ 117 ตัว สุนัขอีก 3 ตัว แต่แมวบางส่วนที่ยังไม่สามารถจับได้ เพราะซ่อนตัวตามฟ้าเพดาน จึงต้องนำกรงมาวาง และใส่อาหารล่อ เพื่อดักจับให้ครบทุกตัว

การเข้าช่วยเหลือแมวและสุนัขของเจ้าหน้าที่ มีนางลัดดาวัลย์ หรือป้าตุ๊ก อายุ 83 ปี เจ้าของบ้าน ยินยอมและอำนวยความสะดวกให้ทำการเคลื่อนย้ายแมว-สุนัข โดยยืนยันว่าเป็นคนรักแมว และสุนัข แต่อาจจะไม่ได้ใส่ใจดูแลให้ดีเท่าที่ควร

สอบถามชาวบ้านเล่าว่า ทนกับกลิ่นเหม็น และเสียงร้องของแมวมานานกว่า 10 ปี ร้องเรียนไปยังหน่วยงานหลายที่กลับไม่ได้รับการเหลียวแล กระทั่งโพสต์ลงในสื่อโซเชียล จึงนำมาสู่การช่วยเหลือแมวทั้งหมด ก่อนหน้านี้แมวมีเพียงหลักสิบตัว แต่เจ้าของแมวมักตามเก็บแมวจรจัดกลับมาเลี้ยง และไม่ได้ใส่ใจดูแลทำหมัน ทำให้ออกลูกออกหลาน เพิ่มจำนวนขึ้นมาเรื่อย ๆ ส่งผลกระทบสร้างความเดือดร้อนรำคาญอย่างหนัก บางคนทนไม่ไหวจำใจประกาศขายบ้านเพื่อจะย้ายไปอยู่ที่อื่น

แม้ว่าเจ้าหน้าที่จะให้การช่วยเหลือขนย้ายแมวออกไปแล้วบางส่วน แต่คนในพื้นที่ยังไม่คลายความกังวล โดยเฉพาะมลภาวะทางกลิ่น ขยะมูลแมว ที่ยังกองเต็มบริเวณบ้าน รวมถึงกลัวว่าเจ้าของบ้านจะนำแมวจรจัดกลับมาเลี้ยงอีก เพราะไม่ยอมให้เจ้าหน้าที่ยึดกรงแมวไปด้วย หวั่นจะเกิดปัญหาแบบเดิมตามมา

แมวและสุนัขที่จับได้ถูกส่งไปตรวจและรักษาที่โรงพยาบาลสัตว์ดอนเมือง หากอาการดีขึ้น และผ่านการคัดกรองแล้วจะนำไปเลี้ยงดูที่มูลนิธิอนุรักษ์ช้างและสิ่งแวดล้อมจังหวัดเชียงใหม่ต่อไป