ห้องข่าวภาคเที่ยง

เผยปม จนท.สรรพสามิต เข้าตรวจร้านน้ำส้มคั้น

จากภาพ จะเห็นทั้งรถห้องเย็นที่เจ้าของเพจ ร้านขายน้ำส้มคั้นดังกล่าว โพสต์ขายสินค้า ในลักษณะพร้อมส่งสินค้าทั่วประเทศ และไม่ใช่มีสินค้าเฉพาะน้ำส้มคั้นเท่านั้น ยังมีเครื่องดื่มอื่นๆ ด้วยอีกเป็นจำนวนมาก รวมทั้งข้อความแจ้งให้ผู้ซื้อรับทราบว่าสามารถซื้อในราคาส่งได้ และพร้อมส่งทั่วประเทศ และเราได้ภาพเครื่องคั้นน้ำส้มที่อยู่หลังร้านมาด้วย นี่คือจุดสำคัญที่อาจเป็นเหตุผลของการพิจารณาว่า นอกเหนือจากที่เราได้ข้อมูลจาก โฆษกกรมสรรพสามิตว่า มีผู้ร้องเรียนเข้ามามากกว่า 2 ครั้ง ถึงพฤติกรรม และลักษณะการจำหน่ายน้ำส้มคั้นของผู้ค้าดังกล่าว

ซึ่งในส่วนของกรมสรรพสามิต ต้องทำหน้าที่เข้าตรวจสอบ และชักชวนให้ผู้ค้าเข้าสู่ระบบภาษีอย่างถูกต้อง ย้ำว่า ไม่มีการเรียกรับเงินค่าปรับ 12,000 บาท แต่แจ้งให้ผู้รับผิดชอบทราบว่า กรณีดังกล่าว มีโทษปรับ 12,000 บาท ซึ่งระหว่างนี้ เจ้าหน้าที่ ทั้ง 6 คน รวมไปถึงคนขับรถ ถูกย้ายจากสรรพสามิตเขต 5 มาปฏิบัติงานที่สำนักงานสรรพสามิตภาคที่ 10 เพื่อรอผลสอบข้อเท็จจริงที่คาดว่าจะออกมาไม่เกิน 2 สัปดาห์นี้ ส่วนการเอาผิดกรณีมีการโพสต์ขายสินค้าดังกล่าว หรือ กรณีทำให้ประชาชนเกิดความเข้าใจคลาดเคลื่อน ทางสรรพสามิต ยังไม่ได้มีการหารือถึงเรื่องนี้

ส่วนประชาชนที่ให้ข้อมูลกันปากต่อปาก ว่าการคั้นน้ำส้มขายต้องระวังเจ้าหน้าที่สรรพสามิต กรณีนี้หาก เป็นการหารายได้เสริม ไม่ได้ประกอบธุรกิจแบบชนิดโรงงานอุตสาหกรรม สามารถเปิดขายได้ ไม่ผิดกฎหมาย

แต่หากขายในปริมาณมาก จะต้องไปขึ้นทะเบียนกับสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา หรือ อย.  และต้องติดต่อกรมสรรพสามิต เพื่อชำระภาษีตามขั้นตอน กรมสรรพสามิต ไม่มีนโยบายให้เจ้าหน้าที่ออกตรวจตามร้านค้าต่างๆ ในช่วงนี้ เพราะมีการระบาดของโควิด-19 ยกเว้นได้รับการร้องเรียน เพื่อความเป็นธรรมกับผู้ค้ารายอื่น และเพื่อดูแลความปลอดภัยผู้บริโภค

กฎหมายเรื่องการกำหนดขนาดโรงงาน สาระสำคัญ คือ มีการจำแนกประเภทโรงงาน ได้แก่ โรงงานจำพวก 1 จะมีแรงงานตั้งแต่ 1 คน ถึง 49 คน หรือมีเครื่องจักรกล ขนาดไม่เกิน 50 แรงม้า หากผู้ค้าหรือสถานที่ใดผลิตสินค้า ในขอบเขตดังกล่าวอย่างใดอย่างหนึ่ง ไม่จำเป็นต้องแจ้งจดทะเบียน ไม่ต้องขอใบอนุญาต ถือว่าไม่ใช่โรงงาน เพียงแจ้งให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นรับทราบ เพื่อให้ติดตามดูแลโรงงานในท้องถิ่นด้านความปลอดภัยและสิ่งแวดล้อม ภายใต้ พ.ร.บ.สาธารณสุข

จำพวกที่ 2 คือ กลุ่มที่มีคนงาน 50-74 คน หรือ มีเครื่องจักรขนาด 50-74 แรงม้าอย่างใดอย่างหนึ่ง และกลุ่มที่ 3 คนงาน 75 คน หรือ เครื่องมือเครื่องจักร 75 แรงม้าขึ้นไป เป็นโรงงานจำพวกที่ 3 ทั้ง 2 กลุ่มนี้ ต้องขออนุญาตจากกรมโรงงานอุตสาหกรรม และจดทะเบียนธุรกิจ ชำระภาษีให้ถูกต้อง

ความคืบหน้าล่าสุด ทีมข่าว 7HD ได้ไปยังร้านจุดเกิดเหตุ ไม่พบตัวเจ้าของร้าน พนักงานบอกว่า ไม่อนุญาตให้ถ่ายทำ และไม่สะดวกจะให้สัมภาษณ์ใดๆ ทีมข่าวจึงสอบถามชาวบ้านในย่านนี้ ก็แสดงความคิดเห็นว่า เข้าใจหัวอกแม่ค้าที่ทำมาหากินในยุคโควิด-19 มองว่า เจ้าหน้าที่ควรจะเข้าตักเตือนก่อน ไม่ใช่ให้จ่ายค่าปรับเลย แต่อีกมุมก็มองว่า ทางร้านเอง ก็ควรปฏิบัติให้ถูกต้องตามกฎหมาย


ขอบคุณ Facebook : Ni Pornnipa

ข่าวที่เกี่ยวข้อง