7HD ร้อนออนไลน์

ศบค.ผ่อนคลายมาตรการถ่ายละคร-ภาพยนตร์ ไม่ต้องสวมหน้ากากบางช่วง เข้าร่วมได้ไม่เกิน 50 คน เริ่ม 21 มิ.ย.นี้

วันนี้ (18 มิ.ย. 64) นพ.ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน โฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) หรือ ศบค. เปิดเผยว่า ประชุม ศบค. เห็นชอบแนวปฏิบัติในการถ่ายรายการโทรทัศน์ ละคร ภาพยนตร์และวีดีทัศน์ซึ่งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้เสนอขอมา

โดยมีการพิจารณา 3 ข้อคือ
1. ให้มีผู้เข้าร่วมถ่ายทำไม่เกิน 50 คน และพิจารณาความหนาแน่นของพื้นที่อย่างน้อย 4 ตารางเมตรต่อคน
2. ให้ยกเว้นผู้ที่ไม่ต้องสวมใส่หน้ากากบางช่วงเวลา คือ รายการละครเฉพาะนักแสดงที่เข้าฉาก รายการประกวดร้องเพลง เฉพาะผู้เข้าร่วมประกวดที่มีการจัดพื้นที่ไว้เฉพาะ รายการเกมโชว์ เฉพาะผู้ร่วมรายการคราวละ 1 คน ผู้ประกาศข่าวโดยจะต้องจัดให้มีฉากกั้น และเว้นระยะห่างอย่างน้อย 2 เมตร หรือตามความเหมาะสม

3. แนวปฏิบัติในการถ่ายรายการโทรทัศน์ ละคร ภาพยนตร์และวีดิทัศน์ ดังนี้
-ช่วงเวลาก่อนทำการถ่ายทำรายการ จะต้องขออนุญาตใช้พื้นที่ถ่ายทำโดยปฏิบัติตามมาตรการของแต่ละระดับเขตพื้นที่การแพร่ระบาด
-มาตรการคัดกรอง การซักประวัติ การจัดไทม์ไลน์ก่อนวันเข้าร่วมถ่ายทำไม่น้อยกว่า 7 วัน  และควรมีการตรวจหาเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ด้วยวิธี RT – PCR ในระยะเวลา 72 ชั่วโมง

นพ.ทวีศิลป์ กล่าวอีกว่า ขณะที่ช่วงระหว่างการถ่ายทำรายการจะต้องไม่เป็นการสัมผัสใกล้ชิดและเข้าถึงตัว  ต้องจัดให้มีระบบระบายอากาศ ระบบดูดอากาศและระบบฟอกอากาศ  รวมถึงจัดให้มีอุปกรณ์เฉพาะบุคคลแยกกัน เช่น ไมโครโฟน เครื่องแต่งกาย และเครื่องแต่งหน้า รวมถึงจัดให้มีการทำไทม์ไลน์ ตลอดระยะเวลาการถ่ายทำและหลังการถ่ายทำเสร็จไม่น้อยกว่า 14 วัน ส่วนระหว่างช่วงเวลาพักการถ่ายทำรายการ การรับประทานอาหารให้นั่งเดี่ยว เว้นระยะ 2 เมตร และจัดอาหารไว้เป็นชุดเฉพาะตัวบุคคล  วนมาตรการหลังการถ่ายทำ ให้ติดตามและรายงานของบุคคลที่มีความเกี่ยวข้องกับผู้ที่มีการติดเชื้อ เพื่อกำหนดระดับความเสี่ยงของบุคคลที่เกี่ยวข้องทั้งหมดโดยละเอียด ย้อนหลังไม่น้อยกว่า 7 วัน มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 21 มิถุนายนนี้เป็นต้นไป

หลังจากที่มีมาตราการผ่อนคลายต่างๆ จากศบค. รวมถึงมาตราการสวมใส่หน้ากากบางเวลาของสถานีโทรทัศน์ ทางสำนักงาน กสทช. ก็ได้เชิญสื่อมวลชนสถานีโทรทัศน์ช่องต่างๆ เข้าร่วมประชุมหารือเกี่ยวกับมาตราการต่างๆ ร่วมกับสำนักงาน กสทช. ในวันอังคารที่ 22 มิถุนายน 2564 เวลา 09.30 น. ก่อนจะนำไปปฏิบัติ เพื่อให้เกิดความเข้าใจที่ตรงกัน และเริ่มปฏิบัติเป็นแนวทางเดียวกันอย่างพร้อมเพรียงกันทุกสถานี