สนามข่าว 7 สี

เปิดใจพระภิกษุ ถูกชายอ้างเป็นตำรวจหลอกตบทรัพย์

พระภิกษุ ระดับรองเจ้าอาวาสวัดแห่งหนึ่ง ถูกชายแอบอ้างเป็นตำรวจ สภ.แห่งหนึ่ง ในจังหวัดเชียงใหม่ หลอกรีดเงินจำนวน 50,000 บาท ซ้ำยังเกือบถูกดำเนินคดีอีกด้วย วิงวอนให้ต้นสังกัดตรวจสอบข้อเท็จจริง

ทีมสนามข่าว 7 สี จึงลงพื้นที่ไปยังวัดของพระภิกษุรูปดังกล่าว ในอำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ เพื่อสอบถามข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้น หลังมีปลัดอำเภอคนหนึ่งโพสต์เรื่องราวในเฟซบุ๊กส่วนตัว ทวงถามความเป็นธรรม กระทั่งไปพบกับพระภิกษุ ระดับรองเจ้าอาวาส ผู้ที่ถูกหลอก ท่านได้เล่าว่า ก่อนหน้านี้ทางวัดเปิดพื้นที่ให้ชาวบ้านนำรถเข้ามาจอด โดยเก็บเงินค่ารับฝากรถเพื่อเป็นรายได้ของวัด กระทั่งมีชายคนหนึ่งที่ไม่รู้จักกันมาก่อน แต่เป็นคนที่นำรถมาจอดที่วัด เข้ามาโอดครวญบอกว่า หาเงินค่าเทอมให้ลูกไม่ได้ และเอ่ยปากขอยืมเงินจากหลวงพ่อ (รองเจ้าอาวาส) จำนวน 50,000 บาท ด้วยความสงสารจึงตกลงให้ยืม แต่ขอให้ชายคนดังกล่าวนำรถยนต์มาจอดไว้ที่วัดเพื่อเป็นหลักประกัน และยังบอกว่า รถคันนี้ยังติดไฟแนนซ์อยู่ และขาดส่งค่างวดในช่วงโรคโควิด-19 ระบาด หากต้องการนำรถไปใช้ ก็ขอให้เปลี่ยนป้ายทะเบียน เพราะกลัวว่าจะถูกบริษัทไฟแนนซ์มาตามยึดรถ และยืนยันว่า หากหาเงินมาได้ก็จะนำมาไถ่รถคืน จากนั้นชายคนดังกล่าวก็หายหน้าไปเลย

กระทั่งเมื่อวันที่ 14 มิถุนายนที่ผ่านมา หลวงพ่อได้นำรถคันดังกล่าวไปใช้ (รถคันที่เป็นหลักประกัน) แต่ก็ได้มีการนำทะเบียนรถคันเก่าของทางวัดมาเปลี่ยน ตามคำแนะนำของชายที่ให้ยืมเงินไป ระหว่างทางมีรถคันหนึ่งขับตามมา และโบกให้จอด และมีชายคนหนึ่งลงจากรถ อ้างเป็นตำรวจ และบอกว่า รถใช้ป้ายทะเบียนผิดประเภท ก่อนจะเชิญตัวไปที่่โรงพักแห่งหนึ่ง และพาตัวหลวงพ่อพร้อมลูกศิษย์เข้าไปในห้องสอบสวน ก่อนจะสอบถามเรื่องรถคันที่ขับมา ตอนนั้นก็เล่าไปตามความจริง แต่กลับถูกตั้งข้อหา "รับของโจร" ซ้ำยังเสนอว่า หากต้องการจบเรื่องให้จ่ายเงิน 60,000 บาท แต่ต่อรองได้ 50,000 บาท เพราะมีเงินเหลืออยู่ในธนาคารเพียงเท่านี้ จากนั้นได้เดินทางไปเบิกเงินที่ธนาคาร ระหว่างนั้นได้ถ่ายรูปเป็นหลักฐาน เมื่อนำไปจ่ายให้ ชายที่อ้างเป็นตำรวจกลับนำโทรศัพท์มือถือไปตรวจสอบ และลบรูปที่ถ่ายไว้ทั้งหมด ซ้ำยังถูกต่อว่าอีกด้วย ตอนนั้นด้วยความกลัวจึงยอมทุกอย่าง อีกทั้งยังสังเกตว่า ระหว่างนั้นไม่มีการทำบันทึกจับกุมใด ๆ ทั้งสิ้น

กระทั่งกลับมาที่วัดรู้สึกเอะใจ จึงเล่าเรื่องราวทั้งหมดให้กับปลัดอำเภอคนหนึ่ง ซึ่งก็ได้รับคำแนะนำว่า เป็นการกระทำที่ไม่ถูกต้อง จึงติดต่อไปยังตำรวจต้นสังกัดระดับสารวัตรเพื่อสอบถามเรื่องราวทั้งหมด และได้รับคำตอบว่า ชายคนที่แอบอ้างเป็นตำรวจจริง และจะมีการนำเงินมาคืนให้ตั้งแต่วันเสาร์ที่ผ่านมา แต่จนถึงขณะนี้ก็ยังไม่มีการมาคืน ซ้ำเมื่อติดต่อกลับไปก็ถูกบ่ายเบี่ยง จึงนำเรื่องมาร้องเรียนสื่อมวลชน เพื่อขอให้หน่วยงานต้นสังกัดตรวจสอบเรื่องราวทั้งหมด โดยเฉพาะกรณีชายคนที่มาขอยืมเงินและนำรถมาค้ำประกัน กับชายที่อ้างตัวเป็นตำรวจ เป็นขบวนการเดียวกันที่ร่วมมือกันมาหลอกตบทรัพย์พระภิกษุจริงหรือไม่