อาทิตย์ติดข่าว

ตรวจสอบเอาผิดม็อบ 2 กลุ่ม พบเข้าข่ายความผิด 4 ข้อหา

ตำรวจยังคงเดินหน้าเอาผิดกับแกนนำผู้ชุมนุมที่นำมวลชนไปเคลื่อนไหวตามพื้นที่ต่าง ๆ อย่างเมื่อคืนนี้ก็เลิกกันตอน 22.00 น. ก็พบว่าเข้าข่ายความผิดอย่างน้อย 4 ข้อหา

จากกรณีการชุมนุมของ กลุ่มไทยไม่ทน ซึ่งมีแกนนำคือ นายจตุพร พรหมพันธุ์ และ กลุ่มประชาชนคนไทย นำโดย นายนิติธร ล้ำเหลือ หรือ ทนายนกเขา เพื่อร่วมทำกิจกรรมขับไล่ พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ที่หน้าทำเนียบรัฐบาล บริเวณสะพานสะพานชมัยมรุเชฐ เมื่อวานที่ผ่านมานั้น (26 มิ.ย.)

พลตำรวจตรีปิยะ ต๊ะวิชัย รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล ในฐานะโฆษก บช.น. เปิดเผยว่า การชุมนุมเมื่อวานของทั้ง 2 กลุ่ม ไม่มีเหตุความรุนแรงเกิดขึ้นแต่อย่างใด ตรวจสอบพบกระทำความผิดต่อเนื่องใน 3 ท้องที่ คือ สน.พญาไท, สน.ชนะสงคราม และ สน.นางเลิ้ง เข้าข่ายความผิด 4 ข้อหาหลักคือ ฝ่าฝืน พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ, พ.ร.บ.ควบคุมโรคติดต่อ, พ.ร.บ.จราจรทางบก และ พ.ร.บ.รักษาความสะอาด ซึ่งอยู่ระหว่างตรวจสอบการกระทำความผิดเพิ่มเติม เพื่อดำเนินคดีกับแกนนำ

อย่างไรก็ตาม กลุ่มไทยไม่ทนและกลุ่มประชาชนคนไทย ได้มีการนัดหมายชุมนุมกันอีกครั้งในวันเสาร์ที่ 3 กรกฎาคมนี้ ซึ่งกองบัญชาการตำรวจนครบาลจะจัดแผนดูแลความปลอดภัย และเตรียมกำลังกองร้อยควบคุมฝูงชนไว้ปฎิบัติภารกิจให้เพียงพอ ซึ่งจะต้องดูสถานการณ์หน้างานเป็นหลัก

นอกจากนี้ยังฝากถึงผู้ชุมนุมว่า การชุมนุมเป็นสิทธิตามรัฐธรรมนูญก็จริง แต่รัฐบาลได้ประกาศคุมเข้มกึ่งล็อกดาวน์ในพื้นที่กรุงเทพมหานคร, 5 จังหวัดปริมณฑล และ 4 จังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยเริ่มตั้งแต่วันที่ 28 มิถุนายนเป็นไป เนื่องจากการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ยังรุนแรงต่อเนื่อง จึงอยากขอให้คำนึงถึงเรื่องนี้ เพื่อช่วยกันป้องกันไม่ให้มีการแพร่ระบาดเพิ่มเติม เพราะการชุมนุมก็มีความเสี่ยงอาจทำให้เกิดการแพร่ระบาดด้วยเช่นกัน