ประเด็นเด็ด 7 สี

มิจฉาชีพอ้างชื่อนักผจญเพลิงเสียชีวิต ขอรับบริจาคเงิน

ประเด็นเด็ด 7 สี - เกินบรรยาย มิจฉาชีพฉวยโอกาส นำชื่อและรูปภาพของนักผจญเพลิงที่เสียชีวิต จากเหตุเพลิงไหม้โรงงานในจังหวัดสมุทปราการ ไปแอบอ้างรับบริจาคเงินจากผู้มีจิตเมตตา

จากเหตุเพลิงไหม้โรงงานผลิตโฟมและเม็ดพลาสติก ภายในซอยกิ่งแก้ว 21 ตำบลบางพลีใหญ่ อำเภอบางพลี จังหวัดสมุทรปราการ มีผู้บาดเจ็บกว่า 30 คน มีผู้เสียชิวิต 1 คน คือ นายกรสิทธิ์ ลาวพันธ์ อายุ 19 ปี อาสาสมัครบรรเทาสาธารณภัย หน่วยสมเด็จเจ้าพระยา ที่วันนี้ (6 ก.ค.) ครอบครัวได้ติดต่อขอรับศพ ที่สถาบันการแพทย์จักรีนฤบดินทร์ ไปบำเพ็ญกุศล ณ วัดทุ่งครุ เขตทุ่งครุ ระหว่างที่ทุกคนยังเศร้าเสียใจกับการจากไป มีมิจฉาชีพแอบอ้างรูปภาพ ชื่อ และข้อมูลของ นายกรสิทธิ์ ไปโพสต์ลงเฟซบุ๊กเพื่อขอรับเงินบริจาคเงินช่วยเหลือ

ทันทีที่โพสต์ก็มีคนเข้าไปช่วยกันแชร์ส่งต่อกันไปในหลาย ๆ ช่องทาง กระทั่งมีผู้ไปจับพิรุธได้ว่า บัญชีที่ใช้ขอรับบริจาคนั้น ไม่ใช่บัญชีของครอบครัวผู้เสียชีวิต และเมื่อนำไปตรวจสอบดู ก็ปรากฎว่า มีหลายเว็บไซต์ที่ขึ้นรายละเอียดว่า เจ้าของบัญชีรายนี้ฉ้อโกงซื้อขายสินค้าคอมพิวเตอร์, โทรศัพท์มือถือ ให้ระวังอย่าหลงเชื่อ จากนั้นก็ปรากฎว่ามีอีกหลาย ๆ โพสต์ตามมาที่พยายามอ้างว่าเป็นเลขบัญชีธนาคารที่ถูกต้อง จนสุดท้ายมีคนไปสอบถามกับครอบครัวผู้เสียชีวิต ซึ่งก็ได้รับคำยืนยันว่าขณะนี้ยังไม่ได้เปิดรับบริจาคแต่อย่างใด

เรื่องนี้นอกจากที่มีเพจต่าง ๆ ออกมาเตือนภัย และส่งข่าวไปยังเพจของตำรวจ เพื่อขอให้ตามสืบสวนจับกุมมิจฉาชีพที่สวมรอยแล้ว พันตำรวจเอก ศิริวัฒน์ ดีพอ รองผู้บังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี หรือ บก.ปอท. เปิดเผยว่า พฤติการณ์ฉวยโอกาสใช้จังหวะของวิกฤตเหตุการณ์นำความสูญเสียจากเหตุการณ์ต่าง ๆ มาใช้หลอกลวงเอาทรัพย์สินจากผู้เสียหาย เป็นวิธีที่มิฉาชีพใช้กันบ่อย ๆ เป็นความผิดตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ ฐานนำเข้าข้อมูลฯ อันเป็นเท็จ มีโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี ปรับไม่เกิน 1 แสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และยังเข้าข่ายความผิดฐานฉ้อโกงประชาชนด้วย

หากมีใครที่หลงเชื่อไปแล้วก็แนะนำให้ไปแจ้งความกับสถานีตำรวจพื้นที่ที่มีการโอนเงินได้ทันที ส่วนของญาติของผู้เสียชีวิต หากเข้ามาแจ้งความเพื่อเอาผิดกับมิจฉาชีพเหล่านี้ บก.ปอท. ก็พร้อมจะช่วยติดตามหาตัวมาดำเนินคดีประเด็นเด็ด 7 สี - เกินบรรยาย  มิจฉาชีพฉวยโอกาส นำชื่อและรูปภาพของนักผจญเพลิงที่เสียชีวิต จากเหตุเพลิงไหม้โรงงานในจังหวัดสมุทปราการ ไปแอบอ้างรับบริจาคเงินจากผู้มีจิตเมตตา

จากเหตุเพลิงไหม้โรงงานผลิตโฟมและเม็ดพลาสติก ภายในซอยกิ่งแก้ว 21 ตำบลบางพลีใหญ่ อำเภอบางพลี จังหวัดสมุทรปราการ มีผู้บาดเจ็บกว่า 30 คน มีผู้เสียชิวิต 1 คน คือ นายกรสิทธิ์ ลาวพันธ์ อายุ 19 ปี อาสาสมัครบรรเทาสาธารณภัย หน่วยสมเด็จเจ้าพระยา ที่วันนี้ (6 ก.ค.) ครอบครัวได้ติดต่อขอรับศพ ที่สถาบันการแพทย์จักรีนฤบดินทร์ ไปบำเพ็ญกุศล ณ วัดทุ่งครุ เขตทุ่งครุ ระหว่างที่ทุกคนยังเศร้าเสียใจกับการจากไป มีมิจฉาชีพแอบอ้างรูปภาพ ชื่อ และข้อมูลของ นายกรสิทธิ์ ไปโพสต์ลงเฟซบุ๊กเพื่อขอรับเงินบริจาคเงินช่วยเหลือ

ทันทีที่โพสต์ก็มีคนเข้าไปช่วยกันแชร์ส่งต่อกันไปในหลาย ๆ ช่องทาง กระทั่งมีผู้ไปจับพิรุธได้ว่า บัญชีที่ใช้ขอรับบริจาคนั้น ไม่ใช่บัญชีของครอบครัวผู้เสียชีวิต และเมื่อนำไปตรวจสอบดู ก็ปรากฎว่า มีหลายเว็บไซต์ที่ขึ้นรายละเอียดว่า เจ้าของบัญชีรายนี้ฉ้อโกงซื้อขายสินค้าคอมพิวเตอร์, โทรศัพท์มือถือ ให้ระวังอย่าหลงเชื่อ จากนั้นก็ปรากฎว่ามีอีกหลาย ๆ โพสต์ตามมาที่พยายามอ้างว่าเป็นเลขบัญชีธนาคารที่ถูกต้อง จนสุดท้ายมีคนไปสอบถามกับครอบครัวผู้เสียชีวิต ซึ่งก็ได้รับคำยืนยันว่าขณะนี้ยังไม่ได้เปิดรับบริจาคแต่อย่างใด

เรื่องนี้นอกจากที่มีเพจต่าง ๆ ออกมาเตือนภัย และส่งข่าวไปยังเพจของตำรวจ เพื่อขอให้ตามสืบสวนจับกุมมิจฉาชีพที่สวมรอยแล้ว พันตำรวจเอก ศิริวัฒน์ ดีพอ รองผู้บังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี หรือ บก.ปอท. เปิดเผยว่า พฤติการณ์ฉวยโอกาสใช้จังหวะของวิกฤตเหตุการณ์นำความสูญเสียจากเหตุการณ์ต่าง ๆ มาใช้หลอกลวงเอาทรัพย์สินจากผู้เสียหาย เป็นวิธีที่มิฉาชีพใช้กันบ่อย ๆ เป็นความผิดตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ ฐานนำเข้าข้อมูลฯ อันเป็นเท็จ มีโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี ปรับไม่เกิน 1 แสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และยังเข้าข่ายความผิดฐานฉ้อโกงประชาชนด้วย

หากมีใครที่หลงเชื่อไปแล้วก็แนะนำให้ไปแจ้งความกับสถานีตำรวจพื้นที่ที่มีการโอนเงินได้ทันที ส่วนของญาติของผู้เสียชีวิต หากเข้ามาแจ้งความเพื่อเอาผิดกับมิจฉาชีพเหล่านี้ บก.ปอท. ก็พร้อมจะช่วยติดตามหาตัวมาดำเนินคดี

ข่าวอื่นในหมวด

ข่าวอื่นในหมวด