ข่าวภาคค่ำ

คอลัมน์หมายเลข 7 : เปิดผลกระทบ 2 องค์กรพิพาท ใครรับกรรม?

ข่าวภาคค่ำ - คอลัมน์หมายเลข 7 วันนี้ตรวจสอบผลกระทบจากความไม่ชัดเจนในการบริหารงานของ การเคหะแห่งชาติ กับบริษัทคู่สัญญา จะเกิดผลใดบ้าง ติดตามกับคุณฐิตาภัสร์ ศิริธัญญะวงศ์ 

เสียงของลูกบ้านโครงการเคหะชุมชนนวมินทร์ ซึ่งอยู่อาศัยนานราว 20 ปี แต่เพิ่งจะเคยถูกทวงค่าน้ำ ค่าไฟเป็นครั้งแรก จากบริษัทคู่สัญญา ผู้ดำเนินการบริหารงานชุมชนให้กับการเคหะแห่งชาติ โดยลักษณะการทวงเช่นนี้ไม่ได้เกิดเพียงบ้านเดียว แต่มีลูกบ้านถูกทวงและเคยได้รับผลกระทบไปบ้างแล้ว

เมื่อตรวจสอบปัญหาการถูกตัดน้ำ ตัดไฟ ของลูกบ้านในโครงการนี้ พบว่า เกิดจากความไม่ชัดเจนของสิทธิ์บริหารชุมชน และการตีความที่แตกต่างกันระหว่างการเคหะฯ ในฐานะผู้ให้เช่าเหมาอาคารกับบริษัทคู่สัญญาที่ชนะการประกวดราคาเข้ามาบริหารตั้งแต่ปี 2548

แต่เมื่อปี 2561 สัญญาเช่าเหมาอาคารและบริหารชุมชนสิ้นสุด และอยู่ระหว่างต่อสัญญา จนกระทั่งปี 2563 ซึ่งเกิดสถานการณ์โควิด-19 ระบาด เงินค่าเช่าเหมาอาคารที่ต้องนำส่งเฉลี่ยเกือบ 3 ล้านบาทต่อเดือน เกิดข้อติดขัดนำไปสู่การฟ้องร้องขอให้บริษัทคู่สัญญาคืนทรัพย์สินเพื่อการเคหะฯ เข้ามาบริหารจัดการแทน

การส่งเงินค่าเช่าเหมาอาคารล่าช้ายังพบในโครงการอื่นรวม 16 สัญญา จึงเกิดคำถามเหตุใดเอกชนรายนี้ยังอยู่บริหารจนจบสัญญา ไม่ถูกชิงบอกเลิกก่อน

เรื่องนี้ยังต้องติดตามผลคำพิพากษา แต่ 2 หน่วยงานควรทำ คือ อย่าให้ประชาชนหาเช้ากินค่ำเดือดร้อนจากการอยู่อาศัยในบ้านที่ปลอดภัย อยู่ได้มีสุข ไม่ต้องทุกข์กับน้ำ-ไฟที่เสี่ยงไม่มี เพียงเพราะความไม่ชัดเจนของฝ่ายบริหาร