สนามข่าว 7 สี

พ่อเลี้ยงทุบตีลูกอายุ 6 ขวบ เพื่อระบายอารมณ์ จ.สมุทรสาคร

หยุดใช้คำว่า "เรื่องของคนในครอบครัว" เพื่อนำมาอ้างในการทำร้ายลูก เมื่อพ่อเลี้ยงคนหนึ่งในจังหวัดสมุทรสาคร ทุบตีลูกเลี้ยงอายุ 6 ขวบ จนใบหน้าบวมปูด โดยไม่ยอมปริปากว่าสาเหตุที่ทำลงไปนั้นเกิดจากอะไร ทำให้เด็กที่ไร้เดียงสาต้องกลายมาเป็นที่ระบายอารมณ์โดยใช่เหตุ

ตำรวจ สภ.กระทุ่มแบน จังหวัดสมุทรสาคร ได้รับแจ้งจากพลเมืองดีว่า มีเด็กถูกพ่อเลี้ยงทำร้ายร่างกาย ภายในห้องเช่าอะพาร์ตเมนต์แห่งหนึ่ง ตำบลสวนหลวง อำเภอกระทุ่มแบน จังหวัดสมุทรสาคร จึงรุดเข้าช่วยเหลือ ตรวจสอบพบเด็กชายอายุ 6 ขวบ อยู่ในอาการหวาดกลัว และร้องไห้ไม่หยุด พลเมืองดีต้องให้กินขนม และของเล่น เพื่อปลอบประโลมความรู้สึก

จากการตรวจสอบพบบริเวณใบหน้ามีสภาพบวมปูด จนตาทั้ง 2 ข้างปิด และตามร่างกายมีรอยเขียวช้ำหลายแห่ง คาดว่าน่าจะถูกทุบตี จึงประสานกู้ภัยนำตัวส่งโรงพยาบาล ใกล้กันพบชายอายุ 25 ปี ผู้ก่อเหตุ ซึ่งเป็นพ่อเลี้ยง ถูกพลเมืองดีกว่า 10 คน ควบคุมตัวเอาไว้ได้ หลังพยายามจะหลบหนี สอบถามข้อเท็จจริงถึงสาเหตุที่ทำร้ายเด็ก ได้รับคำตอบเพียงแค่ "เป็นเรื่องของคนภายในครอบครัว คนอื่นไม่เกี่ยว" ตำรวจจึงควบคุมตัวไปโรงพัก

หนึ่งในผู้เห็นเหตุการณ์ เปิดเผยว่า ก่อนเกิดเหตุ ได้ยินเสียงเด็กร้องไห้ดังขึ้นภายในอะพาร์ตเมนต์ (นานเกือบ 10 นาที ก็ไม่หยุดร้อง) จึงเดินขึ้นหาต้นตอของเสียง กระทั่งพบผู้ก่อเหตุกำลังเดินลงบันได ทันใดนั้นเด็กชายที่ถูกทำร้ายวิ่งเข้าไปกอดผู้ก่อเหตุ ซึ่งสิ่งที่เห็น คือ เด็กชายคนดังกล่าวมีสภาพสะบักสะบอม (ใบหน้าบวมปูด เนื้อตัวมีรอยช้ำ) ตนเองจึงรีบเข้าไปดึงตัวเด็กออกมาเพราะเกรงว่าจะถูกทำร้ายอีก ก่อนจะถามว่าเกิดอะไรขึ้น แต่ผู้ก่อเหตุพยายามจะวิ่งหนี ตนเองจึงตะโกนให้ชาวบ้านที่อยู่ใกล้เคียงช่วยกันจับกุมตัว ก่อนจะโทรศัพท์แจ้งตำรวจ

อย่างไรก็ตาม เหตุการณ์ดังกล่าวไม่ใช่ครั้งแรกที่เกิดขึ้น แต่เนื่องจากไม่มีใครกล้าเข้าไปยุ่งเกี่ยว เพราะมีคนเคยถูกผู้ก่อเหตุข่มขู่ไว้ว่า ถ้าใครมายุ่งจะไม่รับประกันความปลอดภัยในชีวิต ทำให้ทุกคนต่างหวาดกลัว เกรงว่าจะได้รับอันตราย

หลังเกิดเหตุ ตำรวจเร่งสอบปากคำชายอายุ 25 ปี พ่อเลี้ยงผู้ก่อเหตุ และแม่แท้ ๆ ของเด็ก ก่อนจะดำเนินคดีต่อไป ส่วนเด็กชายอายุ 6 ขวบ ผู้บาดเจ็บ ตำรวจได้ประสานทีมสหวิชาชีพเข้ามาพูดคุย เพื่อสอบถามถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทั้งหมด และประเมินเรื่องการให้ความช่วยเหลือตามความเหมาะสมต่อไป