ข่าวภาคค่ำ

ตีตรงจุด : ไขปมผู้ค้าร่วมโครงการรัฐ เสี่ยงถูกเรียกภาษีย้อนหลัง

ข่าวภาคค่ำ - ตีตรงจุด อยู่กับเรื่องภาษีกรณีผู้ค้าร่วมโครงการรัฐบาล ติดป้ายประกาศงดรับคนละครึ่งบางร้านไม่ติดป้ายแต่แจ้งกับลูกค้าโดยตรงไม่รับผู้มีสิทธิ์ เราชนะ เหตุกลัวถูกเรียกเก็บภาษี ติดตามกับคุณฐิตาภัสร์ ศิริธัญญะวงศ์

การขึ้นป้ายงดรับคนละครึ่ง หรือกรณีแม่ค้าถูกเรียกเก็บภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาเกือบแสนบาท จนออกมาโพสต์เตือนแจ้งเพื่อนในวงการค้าขายที่ร่วมโครงการรัฐบาล ไม่ว่าจะคนละครึ่ง, เราชนะ, ม.33เรารักกัน ระวังถูกเรียกเก็บภาษีย้อนหลังแบบตนเอง 

เรื่องนี้เมื่อตรวจสอบระบบการจัดเก็บภาษีกับกรมสรรพากร พิสูจน์ข้อเท็จจริงการร่วมหรือไม่ร่วมโครงการกับรัฐ ผู้ค้าต้องเสียภาษีหรือไม่ ผลพบว่าผู้ค้าทั่วไปที่ไม่ใช่นิติบุคคล เมื่อขายสินค้าหรือบริการได้เงิน จะถือเป็น "เงินได้พึงประเมิน" ประเภทที่ 8 คือเงินได้จากการทำธุรกิจ การพาณิชย์ ผู้ค้ามีรายได้ทั้งปีเกิน 60,000-525,049 บาท ต้องยื่นเสียภาษีแต่จะได้รับการงดเว้น ข้อสำคัญผู้ค้าควรรู้ว่าเงินได้สามารถหักค่าใช้จ่ายได้แบบใด เพราะจะมีผลต่อภาษีที่ต้องจ่ายให้รัฐ

เหมือนกับที่มนุษย์เงินเดือนมีรายได้สุทธิต่อปีเกิน 150,000 บาทขึ้นไปจะเสียภาษี 5 เปอร์เซ็นต์ 

อีกปมคาใจผู้มีรายได้ โดยเฉพาะผู้ค้าร่วมโครงการรัฐ การเรียกเก็บภาษีย้อนหลังกรมสรรพากรทำได้หรือไม่

คิดทำการค้าไม่ว่าจะแผงลอย มีหรือไม่มีหน้าร้าน มีสิ่งต้องระวัง หากมีรายได้เกิน 1.8 ล้านบาทต่อปี จะมีเรื่องของภาษีมูลค่าเพิ่ม หรือ แวต (VAT) เข้ามาเกี่ยวข้องกับการตั้งราคาขายสินค้าและบริการ ซึ่งส่วนใหญ่ภาคธุรกิจจะไม่ได้รับการยกเว้นภาษีนี้

เมื่อรายได้มี ภาษีตามมาถือเป็นสิ่งไม่ควรหนี หรือหลีกเลี่ยง ปัจจุบันมีเพียงประชาชนราวกว่า 11 ล้านคนจ่ายภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาเติมเม็ดเงินเข้าระบบ เมื่อปีที่แล้วได้เพียงกว่า 330,000 ล้านบาท

แต่สุดท้ายเม็ดเงินจากมดงานกลุ่มนี้ไม่พอบริหารประเทศ ซ้ำยังเก็บภาษีประเภทอื่นได้ลดลง รัฐตัดสินใจกู้เพิ่มอีก 500,000 ล้านบาท เพราะเวลานี้ประเทศเกิดวิกฤตจากโรคระบาดโควิด-19 เก็บภาษีเข้าระบบ เป็นเรื่องที่รัฐต้องเร่งทำ แต่ต้องมีความเป็นธรรมในการเรียกเก็บเงินจากประชาชนด้วย

ตอนหน้ารายได้หลักของรัฐบาลจากเม็ดเงินภาษี พบครึ่งปีนี้จัดเก็บได้ลดลง หลังเกิดสถานการณ์โควิด-19 มีวิธีแก้และเสี่ยงต้องกู้เงินเพิ่มอีกไหม ติดตามตีตรงจุดในข่าวภาคค่ำวันพรุ่งนี้ (18 ก.ค.)