7HDร้อนออนไลน์

ชุมนุมไล่นายกฯเดือด ตร.ฉีดน้ำ ยิงกระสุนยางสกัด ประกาศยุติการชุมนุม 18.30 น.

วันนี้ (18 ก.ค. 64) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้มีการนัดหมายการชุมนุมทำกิจกรรมของกลุ่มเยาวชนปลดแอก (Free YOUTH) พร้อมกลุ่มแนวร่วมต่างๆ ที่บริเวณขบวนจากอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย ยาวไปทางแยกคอกวัว เพื่อทำกิจกรรมบุกไปทำเนียบรัฐบาล ขับไล่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีกระทรวงกลาโหม ที่บริหารราชการผิดพลาด โดยเฉพาะเรื่องของการแก้ปัญหาไวรัสโควิด-19 รวมทั้งการจัดหาวัคซีน ซึ่งเรียกร้องให้เปลี่ยนวัคซีนซิโนแวค เป็นวัคซีน mRNA ขณะเดียวกันก็มีตัวแทนของกลุ่มคอยปราศรัยอย่างต่อเนื่อง ย้ำว่าการออกมาของมวลชน “ไม่ใช่ทางเลือก แต่คือทางรอด” และกำชับมาตรการทางสาธารณสุขเพื่อป้องกันโควิด-19 โดยมีการนัดหมายรวมตัวกันเพื่อทำกิจกรรมเชิงสัญลักษณ์ตั้งแต่เวลา 14.00 น. เป็นต้นไป

กระทั่งเวลา 15.10 น. ทีมการ์ดจากกลุ่มวีโว่ นำขบวนเริ่มเคลื่อนออกจากจุดเริ่มต้นจากอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย ไปตามถนนราชดำเนิน โดยมีการแสดงออกในหลายรูปแบบ ทั้งป้ายข้อความ รูปต่างๆ หุ่นฟางที่ทำคล้ายศพ เป็นสัญลักษณ์แทนผู้ที่ต้องเสียชีวิตจากโควิดจำนวนมากภายใต้การบริหารของรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ โดยมีรถจักรยานยนต์และรถยนต์ต่างบีบแตรไปพร้อมๆกัน ส่วนเจ้าหน้าที่ก็วางกำลังตามจุดต่างๆ รวมถึงตู้คอนเทนเนอร์และลวดหนามหีบเพลงในหลายจุดที่ขบวนผู้ชุมนุมเคลื่อนผ่าน

ต่อมา 16.00 น. เกิดการปะทะ มวลชนเผาหุ่นศพแสดงสัญลักษณ์ประชิดแนวตำรวจ ที่ตั้งสกัดกั้นโดยรอบทำเนียบรัฐบาล โดยเฉพาะ 2 จุดหลัก บริเวณแยกผ่านฟ้าลีลาศ ถ.ราชดำเนินนอก และบริเวณแยกพาณิชยการ ถ.พิษณุโลก ซึ่งมีการประกาศให้ชุมนุมโดยสงบ ห้ามเผาทำลาย ทรัพย์สินของราชการ และห้ามเข้ามาในพื้นที่หวงห้าม ก่อนจะมีการฉีดน้ำจากรถฉีดน้ำแรงดันสูงเพื่อสกัดกลุ่มผู้ชุมนุม รวมทั้งมีการใช้กระสุนยางด้วย โดยสถานการณ์ตึงเครียดอยู่นานกว่าครึ่งชั่วโมง และยังคงมีการฉีดน้ำอยู่เป็นระยะ ในขณะที่ผู้ชุมนุมยังตั้งแนวรับมือ ด้วยการนำรถหกล้อยกดัมพ์เป็นแนวป้องกันการฉีดน้ำและยิงกระสุนยางใส่ผู้ชุมนุม

ล่าสุดเวลา 18.30 น. แกนนำกลุ่มผู้ชุมนุมประกาศยุติการชุมนุม และรอนัดหมายการชุมนุมครั้งใหม่ โดยก่อนยุติการชุมนุมได้ทำการจุดไฟเผาหุ่นศพโควิดบนถ.พิษณุโลกจำนวนหลายจุด ในขณะที่ตำรวจแจ้งว่าผู้ชุมนุมทำผิดกฎหมายหลายข้อหา ซึ่งได้มีการบันทึกภาพไว้หมดแล้ว และจะมีการเรียกรับทราบข้อหาดำเนินคดีในภายหลัง