7HD ร้อนออนไลน์

รพ.ธรรมศาสตร์ รับไม่ไหวผู้ติดเชื้อรายวันหลักหมื่น อีกไม่นานผู้ป่วยล้นนอนรอรักษานอกห้องฉุกเฉิน

 วันนี้ (21 ก.ค.64)  เพชบุ๊กเพจ โรงพยาบาลสนามธรรมศาสตร์  ได้โพสต์ข้อความถึง วันที่ 101 ของ รพ.สนามธรรมศาสตร์ ที่ตั้งขึ้นดูแลผู้ป่วยโควิด   ซึ่งในโรงพยาบาลยังมีการสวอปตรวจหาเชื้อของทีมแพทย์ ที่ยังพบมีการติดเชื้อต่อเนื่อง  จึงต้องมีการกักตัวผู้มีความเสี่ยงสูง ตอนนี้กว่า 500 คนแล้ว

เมื่อวานมีผู้ป่วยโควิดเสียชีวิตในโรงพยาบาลอีกหนึ่งคน  ถ้าจะดูความรุนแรงของการระบาดและผลต่อผู้ป่วย ตัวเลขผู้เสียชีวิตอาจจะบอกได้ส่วนหนึ่ง เพราะก่อนหน้านี้เพียงเดือนเดียว เราแทบไม่มีผู้เสียชีวิตในโรงพยาบาลเลย หรือมีเพียงเดือนละ 3-4คนเท่านั้น แต่ขณะนี้เรามีผู้เสียชีวิตแทบทุกวันจากเคสโควิด บางวันอาจมีหลายคนด้วยซ้ำ อันนี้ก็คงเป็นผลมาจากการที่เตียงผู้ป่วยวิกฤตของพวกเราเต็มทั้งหมดในจำนวนราว 50 เตียงที่มีอยู่ มาสามสี่วันแล้วนั่นเอง

ถึงวันนี้ คงต้องยอมรับกันตรงไปตรงมาในระดับประเทศได้แล้วว่า โรงพยาบาลทั้งหมดที่มีอยู่ของเรา ไม่สามารถรับผู้ป่วยโควิดรายใหม่ที่มีอัตราการเพิ่มสูงระดับวันละกว่าหมื่นคนเช่นนี้ได้ และถ้ายังมีผู้ป่วยอาการไม่ดี สีเหลือง สีแดง เพิ่มเข้ามาที่โรงพยาบาลอีก (แต่เป็นเรื่องที่จะเกิดมากขึ้น เพราะผู้ป่วยสีเขียวต้องรอหลายวันจึงจะเข้ารับการดูแลใน รพ.ได้และจะมีอาการเลวร้ายลง ) แต่เมื่อรพ.ไม่มีเตียง ไม่มีวอร์ดที่จะส่งผู้ป่วยเหล่านี้ขึ้นไปต่อได้ การนอนรอรับการรักษาอยู่ที่ห้องฉุกเฉินจึงเป็นทางเดียวที่ระบบโรงพยาบาลจะทำให้ได้ และถ้าจะเป็นเหตุให้มีโอกาสกระจายเชื้อไปยังผู้ป่วยอื่น หรือถ้าพื้นที่ในห้องฉุกเฉินเต็มแล้ว การวางเตียงผู้ป่วยไว้หน้าห้องฉุกเฉิน ข้างห้องฉุกเฉินหรือพื้นที่ใกล้เคียงเท่าที่มีอยู่และเท่าที่จะทำได้ ก็จะเป็นปรากฏการณ์ที่พวกเราจะได้เห็นจากหลายโรงพยาบาล และจะชินตาไปเองในที่สุด  โดยที่เราไม่ตระหนักว่า นั่นอาจจะเป็นผู้ป่วยโควิด เป็นผู้ป่วยทางเดินหายใจร้ายแรงที่สามารถแพร่เชื้อแก่ผู้ที่เดินผ่านไปผ่านมาได้  เราเข้าใจความจำเป็นและเห็นใจสถานการณ์ของเพื่อนร่วมรบของเรา ที่จะต้องทำเช่นนั้น เพื่อช่วยดูแลชีวิตของผู้ป่วยให้ดีที่สุดที่จะทำได้  และเราก็ตระหนักดีว่า อีกไม่นาน สถานการณ์และความจำเป็นเช่นนั้นก็คงเกิดกับพวกเราด้วยเช่นกัน

ประเทศและระบบสาธารณสุขของเราเดินมาถึงจุดนี้ได้อย่างไรนะ
วันนี้เราฉีดวัคซีน Astra ที่ยิม 4 ให้กับผู้สูงอายุที่ลงทะเบียนจองไว้ได้อีก 2082 คน อีกสองวันที่เหลือก่อนปิดศูนย์รับวัคซีน เราเชื่อว่าเราจะไปที่เป้าหมายสะสม 80000คนได้นะ
สำหรับที่โรงพยาบาลสนาม  วันนี้แม้เราจะขอหยุดรับ refer ผู้ป่วยจากโรงพยาบาลภายนอกแล้ว แต่จำนวนผู้ป่วยใหม่ที่ส่งต่อมาจากรพ.ธรรมศาสตร์เองก็ยังสูง อยู่ที่ 29ราย ขณะที่เราส่งผู้ป่วยที่หายแล้วกลับบ้านได้ 21 ราย จำนวนผู้ป่วยสุทธิที่อยู่กับเราคืนนี้จึงมี 407 คนไม่นับผู้ที่ต้องกักตัวเป็น PUIอีกเกือบสามสิบห้องของรพ.สนาม

เรากลับมารับผิดชอบภารกิจหลัก คือรับผู้ป่วยอาการน้อยออกจากรพ.ธรรมศาสตร์แล้ว เนื่องจากถ้าไม่มีเตียงที่นี่ ผู้ป่วยใหม่ที่ตรวจพบใน รพ.ธรรมศาสตร์วันละ 30-40 คนก็จะไปไหนไม่ได้เลยเนื่องจากทุกโรงพยาบาลเตียงเต็มหมดแล้ว การที่รพ.สนามเลือกผู้ป่วยโควิดที่อาการไม่หนักมากออกมาดูแล ก็เพื่อให้รพ.หลักสามารถรับคนไข้หนักหรือคนที่มีอาการป่วยรุนแรงไว้ดูแลได้เต็มตามศักยภาพนั่นเอง เพราะที่รพ สนาม เราไม่สามารถทำเรื่องที่ต้องใช้แพทย์เฉพาะทางหรือต้องใช้อุปกรณ์ซับซ้อน เช่นการล้างไตให้ผู้ป่วยโควิด หรือการดูแลผู้ป่วยโควิดที่มีโรคหัวใจร่วมด้วยได้  แต่ว่า ภายใต้สถานการณ์คับขันที่แทบจะส่งผู้ป่วยที่อาการหนักขึ้นกลับไปที่รพ หลักไม่ได้เลย เพราะไม่มีเตียงว่าง เช่นนี้ แพทย์และพยาบาลใน รพ.สนามก็จำต้องรับดูแลผู้ป่วยที่มีอาการหนักขึ้น ที่เพิ่มมาเป็นจำนวนหลายสิบคนแล้วในขณะนี้ด้วยเช่นกัน

เราได้แต่หวัง  แต่ก็คงเป็นจริงได้ยากว่า เรายังคงจะพอมีเตียงหมุนผู้ป่วยออกจาก รพ หลักได้อย่างนี้ไปอีกระยะหนึ่ง โดยไม่ถึงกับต้องไปตั้งวอร์ดฉุกเฉินแบบเปิดโล่งที่หน้า ER เพื่อช่วยชีวิตผู้ป่วย อย่างที่เพื่อนเราในหลายรพ.จำเป็นต้องตัดสินใจทำหรอกนะ  แต่ตัวเลขผู้ป่วยใหม่เกินหมื่นคนมาห้าวันติดกันแล้วนี้  คงหลีกเลี่ยงสถานการณ์นี้ได้ยากลำบากจริงๆ  คงเหลือเพียงแต่ว่า เหตุการณ์อย่างนั้นจะเกิดที่รพ ของเราวันไหน ในไม่ช้านี้ เท่านั้นแหละ       จริงๆนะ ทำไมประเทศของเราถึงมาถึงจุดนี้ได้นะ

ดูสถานการณ์แล้ว อีกไม่นานวันนัก เราก็จะแพ้ศึกคราวนี้  แต่ว่า สงครามโควิดก็คงจะยังไม่จบ และโรคร้ายนี้ก็คงจะคุกคามพวกเราทั้งประเทศอย่างรุนแรงต่อไปอีกหลายเดือน ดังนั้น พวกเราที่นี่จึงกำลังไปจัดเตรียมแนวตั้งรับใหม่แล้ว ด้วยการเสริมสร้างป้อมปราการที่มีอยู่เดิมให้แข็งแรงขึ้น และเตรียมระบบการจัดการดูแลผู้ป่วยแบบที่ไม่ต้องใช้จำนวนเตียงที่มีจำกัดในโรงพยาบาลเป็นหลัก เราคิดว่าระบบการดูแลผู้ป่วยที่บ้าน หรือ Home Isolation อาจจะทำให้เรารบแบบยันสถานการณ์ไปได้อีกสักสองสามเดือน แม้จำนวนผู้ป่วยใหม่จะเพิ่มขึ้นเป็นหมื่นห้า หรือสองหมื่นคนก็ตาม ถ้าระบบนี้สามารถบริหารจัดการได้อย่างมีประสิทธิภาพและน่าไว้วางใจ

เราเริ่มบริหารจัดการระบบHome isolation นี้มามากกว่าสองสัปดาห์แล้วโดยมีผู้ป่วยที่เข้าโครงการในจำนวนเพียงน้อยกว่า 30 คนในสัปดาห์แรก โดยใช้ผู้ป่วยโควิดที่เป็นบุคลากรของเราเองเป็นกลุ่มเริ่มต้น เพื่อจะได้สื่อสารได้ตรง และเห็นปัญหาข้อจำกัดในการดำเนินโครงการ เราจัดระบบแพทย์พยาบาลผู้รับผิดชอบโครงการ พัฒนาและสร้างแพลตฟอร์มการดูแลผู้ป่วย จัดระบบการสื่อสารกับผู้ป่วยโดยตรงผ่านแอพพลิเคชันในมือถือ จัดเตรียมอุปกรณ์ทางการแพทย์ที่จำเป็นตลอดทั้งยาที่ผู้ป่วยจะต้องใช้ที่บ้าน วางระบบและจัดตารางแพทย์พยาบาลที่จะต้องส่งต่อการดูแลผู้ป่วยให้ได้ตลอดทั้ง 24 ชั่วโมง

เกือบสามสัปดาห์ที่ผ่านมา เราก้าวข้ามปัญหาหลักของการจัดการโครงการนี้ไปแล้วอย่างน้อยสามเรื่องใหญ่
- เรื่องแรกคือการจัดการกับกฎกติกาที่มีอยู่เดิม จนทำให้สามารถส่งยาต้านไวรัสฟาวิพิลาเวียร์ให้ผู้ป่วยที่มีข้อบ่งชี้ว่าจะต้องใช้ยานี้ให้สามารถนำยาไปใช้นอกโรงพยาบาลได้
- เรื่องที่สอง การวางระบบโลจิสติกส์ที่ทำให้เราสามารถจัดหาและส่งอาหารถึงบ้านผู้ป่วยได้ทั้งสามมื้อ หรือส่งยาให้ด้วยหากมีความจำเป็นเช่นนั้น
- เรื่องที่สามเราสามารถจัดให้มีทีมแพทย์และพยาบาลที่จะสามารถติดตามการรายงานอาการของผู้ป่วยได้ทุกวัน และสื่อสารกับผู้ป่วยได้ตลอดเวลาที่ผู้ป่วยมีปัญหา หรือต้องการปรึกษาแพทย์

สัปดาห์นี้หรือสัปดาห์หน้า พวกเราอาจจะแพ้ศึกและล้มลงได้ โดยที่ระบบโรงพยาบาลอาจจะไม่สามารถรับผู้ป่วยโควิดรายใหม่เข้าดูแลรักษาได้อีกเลย แต่พวกเราตั้งใจ และตั้งปฏิญาณว่า พวกเราจะยืนหยัด จะรวบรวมพลกำลังมาตั้งรับในแนวรับใหม่อีกครั้ง เพื่อจะช่วยไม่ให้ประเทศและประชาชนของเราต้องแพ้สงครามนี้