สนามข่าว 7 สี

รายงานพิเศษ : รวบมือฆ่าฝังดินโบกปูนคฤหาสน์ ปมเบี้ยวค่าแรง

ตำรวจตามจับผู้ต้องหาฆ่าผู้รับเหมาก่อสร้างฝังดิน โบกปูนคฤหาสน์หรูได้แล้ว พบข้อมูลน่าตกใจ คือ ขณะที่ฝังดินผู้รับเหมายังไม่ตายด้วยซ้ำ ขณะที่ผู้ต้องหายอมรับว่า ชนวนเหตุมาจากการเบี้ยวค่าแรง ลงสนามข่าวนี้พร้อมกัน

เป็นคำรับสารภาพของ นายจะหวะ ลาหู่ หรือ "พงษ์เทิดไท" ชาวไทใหญ่ ที่ก่อเหตุฆาตกรรม นายสิทธิโชค สาโรจน์ ผู้รับเหมาก่อสร้าง แล้วฝังดินโปกปูนซ่อนศพใต้คฤหาสน์หรู ย่านตลิ่งชัน กรุงเทพมหานคร ซึ่งมีคนไปพบศพเมื่อวันที่ 17 กรกฎาคมที่ผ่านมา ผู้ต้องหาอ้างว่า แรงจูงใจในการก่อเหตุครั้งนี้ มาจากการติดค้างค่าแรงประมาณ 10,000 บาท โดยวันเกิดเหตุ คือ คืนวันที่ 8 กรกฎาคม เขาและผู้เสียชีวิต รวมทั้งเพื่อนคนงานอีก 2 คน ได้ตั้งวงดื่มสุราด้วยกัน ระหว่างนั้นก็เอ่ยปากทวงถามเงินค่าแรงกับผู้เสียชีวิต แต่กลับถูกปฏิเสธ จึงบันดาลโทสะ ใช้มีดแทงตามร่างกาย แล้วใช้ค้อนกับจอบทุบตีซ้ำอีก ก่อนจะให้เพื่อนอีก 2 คน ช่วยกันนำศพไปซ่อนใต้คฤหาสน์หรูดังกล่าว

หลังก่อเหตุ ผู้ต้องหายังคงไปทำงานต่ออีก 1 วัน ก่อนจะหลบหนีไป จากนั้นไม่นานก็มีคนไปพบศพ ตำรวจสืบสวนทราบว่า ผู้ต้องหาเป็นชาวไทใหญ่ มีภูมิลำเนาที่จังหวัดเชียงราย จึงได้ประสานข้อมูลแจ้งให้ตำรวจภูธรจังหวัดเชียงรายให้รับทราบ เพื่อวางแผนจับกุม และสกัดกั้นการหลบหนีไปประเทศเพื่อนบ้าน โดยปิดล้อมตรวจค้นหมู่บ้านแต่ก็ไม่พบ

กระทั่งเช้าวานนี้ (21 ก.ค.) ตำรวจสายตรวจ สภ.แม่ฟ้าหลวง จังหวัดเชียงราย ไปพบ นายจะหวะ เดินอยู่บนถนนเขตบ้านผาแหย่ง ตำบลแม่ฟ้าหลวง ห่างจากโรงพักประมาณ 500 เมตร ตำรวจเห็นท่าทีมีพิรุธ และพยายามหนี จึงนำตัวมาสอบถามและตรวจค้น พบว่าเป็น 1 ในผู้ต้องหาฆ่าโบกปูนฝังดินผู้รับเหมา จึงควบคุมตัวไว้ แล้วประสานตำรวจเจ้าของคดี

พลตำรวจเอก สุชาติ ธีระสวัสดิ์ รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยว่า ก่อนหน้านี้สอบปากคำผู้ต้องหา 2 คน ที่ให้การช่วยเหลือ นายจะหวะ ให้ข้อมูลว่า ขณะที่ช่วยกันนำศพ นายสิทธิโชค ไปฝังดินใต้คฤหาสน์ ตอนนั้นยังไม่เสียชีวิต เท่ากับว่าเป็นการฝังทั้งเป็น แต่พอสอบถาม นายจะหวะ ไม่ยอมตอบในประเด็นนี้ จึงจะต้องให้พนักงานสอบสวน สน.บางเสาธง เจ้าของคดี สอบปากคำอย่างละเอียดอีกครั้ง

จากนั้นตำรวจนำตัวผู้ต้องหาขึ้นเครื่องบินตำรวจ มาถึงที่สนามบินกองบินตำรวจ เขตดอนเมือง เมื่อเวลาประมาณ 21.30 น. ก่อนจะควบคุมตัวไปที่ สน.บางเสาธง เพื่อทำการสอบปากคำอย่างละเอียดตลอดทั้งคืนที่ผ่านมา และเช้าวันนี้ (22 ก.ค.) จะนำตัวไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพที่จุดเกิดเหตุต่อไป