สนามข่าว 7 สี

หญิงถูกดักทำร้ายบาดเจ็บปางตาย โดยไม่ทราบสาเหตุ จ.สงขลา

หญิงคนหนึ่งในจังหวัดสงขลา ขี่รถจักรยานยนต์พ่วงข้างตระเวนเก็บของเก่าขาย แต่กลับถูกคนร้ายซึ่งเป็นใครที่ไหนก็ไม่รู้ สั่งให้จอดรถกะทันหัน ก่อนจะปรี่เข้ามารุมกระทืบจนบาดเจ็บปางตาย มิหนำซ้ำยังนำตัวไปทิ้งไว้ในคูน้ำเพื่ออำพรางคดี แต่ผู้บาดเจ็บกลับตะเกียกตะกายขึ้นมาจากน้ำ ก่อนพยุงตัวเดินไปขอความช่วยเหลือจากพลเมืองดี

ตำรวจ สภ.คอหงส์ จังหวัดสงขลา พร้อมเจ้าหน้าที่กู้ภัย ได้รับแจ้งเหตุจากพลเมืองดีว่า มีคนถูกทำร้ายร่างกาย บริเวณริมถนนลพบุรีราเมศวร์ ตำบลน้ำน้อย อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา จึงรุดตรวจสอบจุดเกิดเหตุ พบผู้บาดเจ็บเป็นหญิงอายุ 40 ปี มีบาดแผลฉกรรจ์บริเวณศีรษะ สภาพเลือดไหลอาบหน้า ร้องโอดโอยด้วยความเจ็บปวดอยู่ตลอดเวลา เจ้าหน้าที่กู้ภัยช่วยกันปฐมพยาบาล ก่อนนำตัวส่งโรงพยาบาลโดยด่วน จากการตรวจสอบจุดเกิดเหตุ ไม่พบการรื้อค้นทรัพย์สิน หรือสิ่งของที่ถูกขโมยไป

ด้าน ผู้บาดเจ็บ เปิดเผยว่า ก่อนเกิดเหตุเธอกำลังขี่รถจักรยานยนต์พ่วงข้างตระเวนเก็บของเก่าเพื่อนำไปขาย ซึ่งเป็นการหารายได้เสริมในยุคโควิด-19 กระทั่งถึงจุดเกิดเหตุ ซึ่งเป็นถนนเส้นทางลัดตัดผ่านป่าเพื่อเข้าสู่ถนนหลัก จู่ ๆ สังเกตว่า มีชาย 2 คน ขี่รถจักรยานยนต์คันหนึ่งตามหลังมาอย่างกระชั้นชิด ก่อนจะบีบแตรรถเรียกคล้ายกับสั่งให้จอด เธอจึงจอดรถจักรยานยนต์ทันที เพราะคิดว่าพวกเขาน่าจะต้องการความช่วยเหลือ แต่ใครจะไปคาดคิดว่า ผู้ก่อเหตุกลับลงจากรถจักรยานยนต์ ก่อนจะกระชากตัวเธอจนล้มลงไปนอนกับพื้น จากนั้นก็รุมกระทืบอย่างไม่ยั้งมือยั้งเท้า โดยไม่มีการพูดจาอะไรทั้งนั้น แม้ว่าเธอจะยกมือไหว้ร้องขอชีวิตว่า "หากอยากได้ทรัพย์สินอะไร ก็เอาไปเลย แต่ไว้ชีวิตฉันเถอะ" กลับไม่เป็นผล มิหนำซ้ำยังถูกซ้อมจนอ่วม จนเธอไม่มีเรี่ยวแรงที่จะลุกหนี ก่อนที่ผู้ก่อเหตุจะนำตัวเธอไปโยนทิ้งไว้ในคูน้ำ เพื่ออำพรางคดี จากนั้นก็ขึ้นรถจักรยานยนต์ขี่หลบหนีไป เธอจึงรวบรวมเรี่ยวแรงทั้งหมดที่มี ตะเกียกตะกายขึ้นจากคูน้ำ ก่อนจะพยุงตัวเดินไปที่ถนนหลัก ซึ่งห่างประมาณ 100 เมตร เพื่อขอความช่วยเหลือจากพลเมืองดีที่ขับรถสัญจรผ่านไปมา ให้ช่วยนำตัวส่งโรงพยาบาล ซึ่งเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเธอรู้สึกงงเป็นอย่างมาก เพราะไม่รู้ว่าถูกทำร้ายเพราะสาเหตุใด เพราะที่ผ่านมาไม่เคยมีเรื่องผิดใจกับใครมาก่อน

หลังเกิดเหตุ ตำรวจเร่งค้นหาหลักฐานเพิ่มเติมในจุดเกิดเหตุอีกครั้ง พร้อมทั้งตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดในละแวกที่เกิดเหตุ เพื่อเป็นเบาะแสในการติดตามจับกุมตัวผู้ก่อเหตุมาสอบปากคำถึงปมเหตุที่เกิดขึ้น ก่อนจะดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป