สนามข่าว 7 สี

สมุนไพรไทยและยาสามัญ ที่ควรมีติดบ้าน

ในช่วงสถานการณ์โควิด-19 สมุนไพรไทยนับเป็นอีกทางเลือกหนึ่ง ที่สามารถใช้บรรเทาอาการเบื้องต้นของไข้หวัดได้ ลองมาดูสมุนไพรพื้นบ้านที่เป็นประโยชน์กัน

อย่างแรกที่เรานึกถึง หนีไม่พ้น "ฟ้าทะลายโจร" สมุนไพรไทยที่แพทย์กระทรวงสาธารณสุขให้การรับรองว่า สามารถช่วยรักษาโรคโควิด-19 ได้ นำมาแจกให้กับผู้ป่วยควบคู่กับการใช้ยาฟาวิพิราเวียร์ ซึ่งจากการศึกษาวิจัยพบว่า "ฟ้าทะลายโจร" มีกลไกต้านไวรัส ป้องกันไม่ให้ไวรัสเข้าเซลล์, ลดการแบ่งตัวไวรัสภายในเซลล์, เพิ่มภูมิคุ้มกันในการต่อสู้กับไวรัส, ลดการอักเสบที่ปอดจากการติดเชื้อไวรัส

สมุนไพรอย่างที่ 2 ที่แพทย์แนะนำ คือ "กระชายขาว" โดยจากการศึกษาพบว่า สารสำคัญของกระชายขาวมีฤทธิ์ในการต้านไวรัสทั้งในระยะก่อนและหลังการติดเชื้อ ช่วยยับยั้งการแบ่งตัวของเชื้อไวรัสได้ ลดจำนวนเซลล์ที่ติดเชื้อลง และยับยั้งเซลล์ในการผลิตไวรัสได้

สมุนไพรตัวที่ 3 คือ "ขิง" ซึ่งมีรสเผ็ดร้อน เป็นสมุนไพรพื้นบ้าน มักนำมากินแก้หวัด จากการศึกษาพบว่า ขิงมีสารต้านอนุมูลอิสระ สารต้านการอักเสบ และสารสำคัญที่ช่วยยับยั้งการแบ่งตัวของไวรัสได้

สมุนไพรตัวที่ 4 คือ "มะขามป้อม" ซึ่งเป็นยาแก้ไอ ละลายเสมหะ ใช้รักษาหลอดลมอักเสบ วัณโรคปอด หอบหืด ช่วยส่งเสริมการทำงานของระบบภูมิคุ้มกัน โดยสารสำคัญในมะขามป้อมมีผลต่อการยับยั้งการสร้างและการแบ่งตัวของเชื้อไวรัสได้

สมุนไพรตัวที่ 5 คือ "ขมิ้นชัน" จากการศึกษาพบว่า "ขมิ้นชัน" มีฤทธิ์ต่อต้านเชื้อไวรัสไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์เอ ในการป้องกันไม่ให้เชื้อเข้าเซลล์ สารสำคัญของ "ขมิ้นชัน" สามารถแย่งจับกับตำแหน่งของไวรัสที่จะเข้าสู่เซลล์ปอด ช่วยยับยั้งการแบ่งตัวของไวรัสได้

สมุนไพรตัวที่ 6 คือ "กระเทียม" ซึ่งมีฤทธิ์ต่อระบบภูมิคุ้มกัน ลดการอักเสบ ช่วยยับยั้งการแบ่งตัวของไวรัส นอกจากนี้ ยังส่งเสริมการทำงานของเม็ดเลือดขาว และช่วยเพิ่มแอนติบอดี้ ที่เป็นด่านแรกของภูมิคุ้มกันในร่างกาย

จากคุณสมบัติต่าง ๆ ของสมุนไพรไทยเหล่านี้ จะเห็นได้ว่ามีประโยชน์ต่อร่างกายในแง่ของการบรรเทาอาการหวัด ลดอาการอักเสบ และเพิ่มภูมิต้านทานให้กับร่างกายได้ แต่ไม่ได้หมายความว่าจะช่วยป้องกันจากโควิด-19 ได้ 100% 

เรื่องปริมาณก็สำคัญ อะไรที่มากเกินไปก็เกิดโทษ เช่น ขนาดยาแอนโดรกราโฟไลด์ ที่พบในฟ้าทะลายโจร ที่แนะนำในการวิจัย คือ 180 มิลลิกรัมต่อวัน ติดต่อกัน 5 วัน ถ้ากินไม่ถูกวิธี ไม่ถึงขนาดที่ใช้ ก็จะไม่สามารถยับยั้งการเพิ่มจำนวนของไวรัสได้ หรือ กระชายขาว ก็แนะนำให้กินในรูปของสารสกัด จะได้ควบคุมปริมาณที่ได้รับได้

พูดถึงยาสมุนไพรแล้ว ขอพูดถึงยาสามัญประจำบ้านที่ควรมีติดเอาไว้ด้วย แต่ต้องย้ำว่า ใช้ได้ในแง่ของการบรรเทาอาการ ไม่ได้มีผลในการลดปอดอักเสบ หรือลดการเกิดโรครุนแรง

1. ยาลดไข้ หรือ พาราเซตามอล ใช้เมื่อมีไข้หรืออาการปวด ถ้าไข้สูงจะทำให้มีหัวใจเต้นเร็ว รู้สึกอ่อนเพลีย ร่างกายขาดน้ำ หากมีไข้สูงเกิน 37 องศาฯ ก็ให้กินพาราได้

2. ยาแก้ไอ อาการไอมักเกิดพ่วงกับอาการไข้หวัด ถ้าเราไอเยอะ เราก็กินได้ตามขนาดที่แนะนำ

3. ยาลดน้ำมูก และยาแก้แพ้ ช่วยบรรเทาอาการน้ำมูกไหล หรือการจามเนื่องจากเป็นหวัด

4. เกลือแร่ ORS เพราะผู้ป่วยบางคนมีอาการท้องเสีย แต่ต้องเลือกให้ถูกด้วย ต้องเป็นเกลือแร่สำหรับผู้ที่ท้องเสีย (Oral Rehydration Salt ย่อว่า ORS) ไม่ใช่เกลือแร่สำหรับผู้ที่เสียเหงื่อจากการออกกำลังกาย (Oral Rehydration Therapy ย่อว่า ORT)

อย่าลืมว่า ยาทุกชนิดอาจมีผลข้างเคียง และอาจมีอันตรายจากการใช้อย่างไม่ถูกต้อง