เช้านี้ที่หมอชิต

ปมครูสาวอายุ 39 ปี เสียชีวิต หลังฉีดวัคซีนไขว้ชนิดเพียงวันเดียว

เช้านี้ที่หมอชิต - กรมควบคุมโรค ยังไม่สรุปสาเหตุการเสียชีวิตของครูสาว ฉีดวัคซีนสลับชนิด ว่าเกิดจากผลข้างเคียงของวัคซีนหรือไม่นั้น ต้องรอผลการชันสูตรศพอย่างละเอียดอีกครั้ง แต่ถือว่าเป็นรายแรกที่เสียชีวิตหลังจากฉีดวัคซีนสลับชนิดกัน

ผู้เสียชีวิตรายนี้เป็นหญิงอายุ 39 ปี มีอาชีพข้าราชการครูอยู่ในพื้นที่จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ โดยเสียชีวิตหลังจากไปรับฉีดวัคซีนเข็มที่ 2 ยี่ห้อแอสตราเซนเนกา ที่โรงพยาบาลประจวบคีรีขันธ์ เมื่อวันที่ 19 กรกฎาคมที่ผ่านมา โดยก่อนหน้านี้เข็มแรกเธอฉีดวัคซีนยี่ห้อซิโนแวค ก็ไม่เป็นอะไร กระทั่งมาฉีดวัคซีนเข็ม 2 ปรากฏว่ามีอาการข้างเคียงเพียงเล็กน้อย แค่ปวดหัว ตัวร้อน หนาวสั่นเล็กน้อย ทางโรงพยาบาลจึงแนะนำให้กินยาพาราเซตามอล พอตกช่วงกลางคืนเธอมีอาการปวดศีรษะ อาเจียน จนช่วงค่ำของอีกวัน อาการไม่ดีขึ้นและหมดสติ ญาติจึงเรียกหน่วยกู้ชีพมาช่วยเหลือ แต่สุดท้ายไม่อาจยื้อชีวิตไว้ได้ จากเหตุความสูญเสียนี้ นายศักดิ์สิทธิ์ ดุจวรรณ์ อายุ 44 ปี สามีของผู้เสียชีวิต ออกมาเผยความในใจว่า ก่อนรับฉีดวัคซีนแพทย์ยืนยันว่าไม่มีผลต่อการฉีดวัคซีน จึงทำให้มั่นใจ แต่พอมาเจอเหตุการณ์แบบนี้กับครอบครัวเลยทำให้ไม่มั่นใจในวัคซีนอีกแล้ว  

เกี่ยวกับเรื่องนี้ เมื่อวานนี้ (21 ก.ค.) นายแพทย์โสภณ เอี่ยมศิริถาวร รองอธิบดีกรมควบคุมโรค ออกมาเผยว่า จากการตรวจสอบเคสนี้ในเบื้องต้น พบว่าผู้เสียชีวิตมีโรคประจำตัว ก็คือ ความดันโลหิตสูง, มีภาวะอ้วน หรือน้ำหนัก 78 กิโลกรัม แต่ยังไม่สามารถระบุชี้ชัดได้ว่าเสียชีวิตเพราะวัคซีนหรือไม่ ทั้งหมดต้องรอผลชันสูตรพลิกศพยืนยัน โดยยังไม่สรุปสาเหตุการเสียชีวิต

สำหรับการฉีดวัคซีนสลับเข็ม ล่าสุดฉีดไปแล้วมากกว่า 84,000 คน หญิงรายนี้ถือเป็นคนแรกที่พบว่ามีการเสียชีวิตภายหลังการฉีดวัคซีนสลับชนิด ส่วนการฉีดวัคซีนทั่วประเทศ 14.8 ล้านโดส พบมีผู้เสียชีวิตหลังรับวัคซีนแล้ว 229 คน แต่ผลการชันสูตรศพ และการพิจารณาจากผู้เชี่ยวชาญไม่พบสาเหตุการเสียชีวิตจากวัคซีนโควิด-19 ส่วนใหญ่มีโรคร่วม เช่น โรคหลอดเลือกสมอง โรคหลอดเลือดหัวใจ

ขณะที่ ศาสตราจารย์นายแพทย์ประสิทธิ วัฒนาภา คณบดีคณแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล กล่าวถึง ข้อห้ามในการฉีดวัคซีนสลับเข็มว่าแทบไม่มีกลุ่มไหนที่มีข้อห้ามเลย ยกเว้นกลุ่มที่เป็นคนที่แพ้วัคซีนตั้งแต่เข็มแรก เช่นแพ้วัคซีนแอสตราเซนเนกา ก็ต้องเปลี่ยนไปฉีดวัคซีนชนิดอื่น ส่วนกลุ่มผู้สูงอายุ 60 ปีขึ้นไป ผู้ป่วย 7 กลุ่มโรค และหญิงตั้งครรภ์ตั้งแต่ 12 สัปดาห์ขึ้นไป หากได้รับวัคซีนซิโนแวคในเข็มแรกยิ่งจำเป็นต้องได้รับวัคซีนในเข็มที่ 2 เป็นแอสตราเซนเนกา

ทั้งนี้ การปรับสูตรการฉีดวัคซีนเข็มที่ 1 และเข็มที่ 2 ต่างชนิดกันนั้น นายแพทย์ประสิทธิ์ ชี้แจงว่า วัคซีนเข็มที่ 1 ซึ่งเป็นซิโนแวค ซึ่งเป็นเชื้อตาย จะช่วยกระตุ้นภูมิคุ้มกันแบบบีเซลล์ได้ดี แต่กระตุ้นภูมิคุ้มกันทีเซลล์ไม่ดีนัก ดังนั้น หากปรับใช้วัคซีนเข็มที่ 2 คือ แอสตราเซนเนกา ซึ่งกระตุ้นภูมิคุ้มกันแบบทีเซลล์ได้ดี เมื่อมีการฉีดวัคซีนเข็มที่ 1 เป็นซิโนแวค หลังจากนั้น 3 สัปดาห์ฉีดเข็มที่ 2 เป็นแอสตราเซนเนกา โดยทั่วไปเมื่อผ่านไป 2 สัปดาห์ภูมิคุ้มกันจะขึ้นสูงขึ้น