เช้าข่าว 7 สี

แจงเหตุเก็บศพผู้เสียชีวิตโรคโควิด-19 ล่าช้า

มูลนิธิร่วมกตัญญูและมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ให้ข้อมูลว่าในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา ได้รับแจ้งให้ไปรับศพผู้ที่ติดโควิด-19 หรือมีความเสี่ยงสูง โดยเฉลี่ยรวม 25 รายต่อวัน ซึ่งมีทั้งที่เสียชีวิตในที่พักอาศัย เสียชีวิตตามท้องถนนและเสียชีวิตที่โรงพยาบาล ญาติประสานให้ไปรับศพ เพื่อนำไปทำพิธีทางศาสนา

ซึ่งในแต่ละวันทั้ง 2 มูลนิธิฯ มีชุดปฏิบัติการพิเศษสำหรับรับศพผู้ที่ติดโควิด-19 จำนวน 4 ชุด แบ่งการทำงานกลางคืน 2 ชุด และกลางวันอีก 2 ชุด แต่พอสถานการณ์เปลี่ยน มีผู้เสียชีวิตเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ จึงต้องเพิ่มชุดปฏิบัติการให้เพียงพอ โดยเคสที่เสียชีวิตตามท้องถนนเป็นเคสเร่งด่วนพิเศษเพราะนอกจากจะเป็นภาพที่ไม่เหมาะสมแล้วยังมีความเสี่ยงสูงต่อการแพร่ระบาดของเชื้อในที่สาธารณะด้วย และศพที่พบตามท้องถนนหลายรายในช่วงหลังเป็นคนเร่ร่อนที่ยากต่อการสอบสวนโรค เพราะไม่มีครอบครัว ทางตำรวจและแพทย์ก็จะถือว่าเสี่ยงเป็นผู้ที่ติดโควิด-19 ให้ปฏิบัติตามมาตรการส่งศพไปเผาทันที รวมทั้งเคสที่ไปรับศพแล้วตรวจสอบแล้วว่าเสียชีวิตจากโรคโควิด-19 ทางแพทย์ผู้ชันสูตรก็จะอนุญาตให้นำศพไปทำพิธีได้เลย

ปัญหาเรื่องความล่าช้าที่มีการนำเสนอข่าวว่าบางศพต้องรอรถเจ้าหน้าที่มาเก็บนานถึง 8-10 ชั่วโมงนั้น ไม่เป็นความจริง เคสดังกล่าวนั้น ทีแรกเจ้าหน้าที่ได้รับแจ้งในช่วงเช้าประมาณเวลา 10.00 น. ว่าบุคคลดังกล่าวเป็นผู้ป่วยโควิด-19 ยังไม่เสียชีวิต จึงเข้าใจว่ามีการส่งต่อตามกระบวนการรักษาแล้ว ต่อมาในช่วงเย็นจึงทราบว่าเสียชีวิตแล้ว เจ้าหน้าที่จึงดำเนินการเข้ารับศพ แต่ต้องใช้เวลาทั้งรอตำรวจ และแพทย์นิติเวช มาสอบสวนโรคตามขั้นตอน ซึ่งกระบวนการรับศพเหล่านี้ปกติจะไม่เกิน 4 ชั่วโมง หลังได้รับแจ้งแต่ก็มีโอกาสเกิดความล่าช้าได้ ทางจากเจ้าหน้าที่ติดภารกิจรับศพเคสอื่นหรืออยู่ระหว่างรอแพทย์นิติเวชแต่ก็ใช้เวลาดำเนินการเพียงไม่กี่ชั่วโมง

ขณะที่ตำรวจเองก็ออกมาชี้แจงเรื่องนี้ด้วย โดยพลตำรวจตรีปิยะ ต๊ะวิชัย รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล ยอมรับว่ามีความล่าช้าไปบ้างเนื่องจากช่วงนี้มีผู้เสียชีวิตจากโรคโควิด-19 อย่างต่อเนื่อง เจ้าหน้าที่ต้องไปตรวจสอบและเก็บศพตามลำดับ โดยต้องดำเนินการด้วยความระมัดระวัง ไม่ได้ละเลยทิ้งศพในที่เกิดเหตุนานเกินไปตามที่เข้าใจ