ข่าวดึก 7HD

เปิดใจหมอฉุกเฉิน เกินรับผู้ป่วยล้นเตียง

เป็นภาพต้นเรื่องของดรามาที่เกิดขึ้น เริ่มจากมีผู้ใช้ TikTok ได้เผยแพร่คลิปสุดสะเทือนใจ สะท้อนถึงระบบสาธารณสุขไทยในการแก้ไขปัญหาโรคโควิด-19 ซึ่งมาถึงจุดวิกฤติ เป็นภาพของผู้ป่วยโควิด-19 ที่ต้องออกมานอน ด้านหน้าอาคารของโรงพยาบาลสระบุรี ซึ่งมีเพียงฉากกั้นบังเท่านั้น ส่วนอีกฝั่งเป็นตึกอาคารพาณิชย์ของชาวบ้าน ซึ่งมีรถขับผ่านไป-มา ขณะที่ผู้ป่วยบางคน ก็มีถังออกซิเจนอยู่ข้างเตียง ซึ่งผู้ที่นำคลิปมาลงเป็นเจ้าหน้าที่ห้องฉุกเฉินของโรงพยาบาลสระบุรี ระบุข้อความว่า "ไม่ไหว บอกไหว สงสารจับใจ ตึกก็เต็ม ไปไหนก็ไม่ได้" ติดแฮชแท็ก นักรบชุดขาว เราต้องรอด สู้สุดใจ และยังมีข้อความอีกว่า "ลำพังไม่มีโควิด โรงพยาบาลก็เต็มพิกัดอยู่แล้ว ยิ่งมาเจอภาวะแบบนี้ หนักจริงๆ"

ชาวเน็ตเห็นภาพนี้ ก็เข้าไปให้กำลังใจกันล้นหลาม สะท้อนมุมมองว่า ไม่อยากจะเชื่อว่า บ้านเราจะมาถึงจุดนี้จริงๆ สิ่งที่จะช่วยบุคลากรทางการแพทย์ได้ คือต้องดูแลตัวเองไม่ให้ติดเชื้อ จะช่วยลดภาระให้กับบุคลากรทางการแพทย์ได้

แต่ที่ทำเอาสะเทือนใจหนักคือ ภาพจากเฟซบุ๊ก ของคุณหมอแผนกฉุกเฉิน โรงพยาบาลสระบุรี ซึ่งเธอได้โพสต์ภาพ สภาพความเป็นอยู่ของผู้ป่วยโควิด-19 ฉากกั้นผู้ป่วยที่ล้มระเนระนาด พร้อมข้อความบอกว่า "วันนี้ลมพัดแรงกว่าทุกวัน แม้แต่ฉากกั้นผู้ป่วยยังพร้อมใจกันทิ้งตัวล้มลง หลังโดนลมพัด…เมื่อถึงจุด จุดหนึ่ง ถ้าไม่มีการจัดการที่ดีและรวดเร็วกว่านี้ ไม่เฉพาะแค่ฉากกั้น ที่ล้มระเนระนาด…อาจเป็นผู้คน ระบบ และเลวร้ายที่สุดคือตัวประเทศเอง ที่ไม่เพียงแต่ล้ม แต่อาจถึงขั้นล่มสลายก็เป็นได้"

เป็นอีกหนึ่งเสียงสะท้อนของบุคลากรทางการแพทย์ ที่ก็ทำให้ใครได้อ่านก็ต้องสะอึก พูดไม่ออก คำถามต่างๆ เข้ามาในหัวมากมาย ว่ามันเกิดอะไรขึ้นกันแน่ กับระบบสาธารณสุขของประเทศไทย

เพื่อให้ได้ความกระจ่าง เราจะไปเปิดใจกับหมอท่านนี้ เธอบอกว่า ตอนนี้เราเดินมาถึงจุดที่จะต้องเลือกรักษาผู้ป่วย ทั้งๆ ที่มันไม่ควรจะเกิดขึ้น ทุกชีวิตสำคัญไม่ควรจะต้องมีใครได้รับการปฏิบัติแบบในภาพนี้ ขณะที่ตอนนี้ทางโรงพยาบาลได้นำผู้ป่วยเข้าไปรักษาในตึกแล้ว

แพทย์หญิงมานิตา ทดเพชร แพทย์เวชศาสตร์ฉุกเฉิน โรงพยาบาลสระบุรี เปิดใจกับทีมข่าว 7HD ว่าทำงานอยู่ที่แผนกฉุกเฉินมา 3 ปี ต้องรับมือกับผู้ป่วยโควิด-19 แทบทุกวัน ย้อนไป 2 ปีก่อน สถานการณ์ไม่วิกฤตแบบนี้ ยังคงมีเตียงให้ผู้ป่วยไม่ว่าจะอยู่ในกลุ่มไหน ผู้ป่วยโรคอะไร ก็สามารถนอนรักษาตัวที่โรงพยาบาลได้ แต่ในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมา ผู้ป่วยโควิด-19 พุ่งสูงขึ้น ทุบสถิติทุกวัน ทำให้เตียงที่รองรับผู้ป่วยมีไม่เพียงพอจนถึงขั้นต้องนำผู้ป่วยกลุ่มอาการไม่หนัก ไปนอนรักษาหน้าตึก เพื่อรอจัดสรรเตียงของโรงพยาบาล

ระหว่างสัมภาษณ์คุณหมอถึงกับเสียงสั่นเครือ เผยความในใจว่า ตอนนี้วิกฤติถึงที่สุดแล้ว

ด้วยวิชาชีพของคนเป็นหมอ ถูกสอนมาให้รักษาผู้ป่วย ไม่ว่าจะเป็นใครเราไม่มีสิทธิ์ที่จะเลือกคนไข้ หรือหากมีผู้ป่วยตรงหน้า ต้องเลือกลำดับความสำคัญจะต้องเลือกคนที่หนักที่สุดก่อน แต่ในสถานการณ์โควิด-19 ทุกอย่างในโลกแห่งความเป็นจริง ได้ทำลายทฤษฎี และ สิ่งที่ถูกพร่ำสอนต่อๆ มาหมดสิ้น และต้องบอกเลยว่า มันคือความลำบากใจ และความทุกข์ใจสุดๆ ของบุคลากรทางการแพทย์ทุกๆคน ไม่เฉพาะแต่โรงพยาบาลนี้เท่านั้น เชื่อว่าหลายโรงพยาบาล ตกอยู่ที่นั่งเดียวกัน คือสมมติว่า หากมีเตียงเหลือเพียง 1 เตียง กลายเป็นว่า จำเป็นจะต้องเลือกผู้ป่วยกลุ่มที่มีโอกาสรอดชีวิตมากที่สุด เพื่อรักษาชีวิตพวกเขาไว้ ขณะที่ผู้ป่วยวิกฤติ อาการหนักมาก ความหวังริบหรี่ หากไร้หนทางเกินจะยื้อไว้ได้ ในที่สุด อาจจะต้องให้กลับไปรักษาตัวที่บ้าน

ได้ยินแบบนี้ ทรมานใจมาก แต่สถานการณ์ความเป็นจริง เป็นแบบนี้จริงๆ เพราะ โรคโควิด-19 สายพันธุ์ล่าสุดมีความรุนแรงมาก คุณหมอเองก็ปวดใจ ไม่แพ้กันที่จะต้องพูดความจริง ให้กับประชาชนทุกคนรับรู้ คุณหมอยังบอกอีกว่า ความหวังเดียวของเราทุกคน คือ วัคซีนมีคุณภาพสูง ที่จะเป็นอาวุธในการต่อสู้กับสงครามไวรัสโควิด-19 ซึ่งแม้แต่ บุคลากรทางการแพทย์เองในหลายโรงพยาบาล ก็ติดเชื้อไปกันเยอะ ถึงขั้นเสียชีวิตก็มี นอกจากอยากจะให้กำลังใจบุคลากรทางการแพทย์ด้วยกันเองแล้ว ก็อยากจะส่งกำลังใจให้กับประชาชนทุกคน ให้พวกเรารอดพ้นในช่วงวิกฤตนี้ไปด้วยกันให้ได้

ด้าน นายแพทย์อนันต์ กมลเนตร ผู้อำนวยการโรงพยาบาลสระบุรี เผยว่าตอนนี้ได้เคลียร์พื้นที่นำผู้ป่วยเข้าไปรักษาในตึกหมดแล้ว ยืนยันว่าผู้ป่วยที่เห็นไม่ใช่ผู้ป่วยวิกฤติ แต่ถูกจัดเป็นผู้ป่วยอาการสีเหลือง และสีเขียว ตอนนี้ทางโรงพยาบาลอยู่ระหว่างปรับปรุงอาคารแห่งใหม่ และจะปรับห้องฉุกเฉิน ขยายหอผู้ป่วยเพิ่มอีก 1 หอ เพื่อเตรียมรองรับผู้ป่วยโควิด-19 ที่คาดว่าจะสูงขึ้นแบบรายวัน คาดว่าไม่เกิน 1 สัปดาห์จะแล้วเสร็จ


ขอบคุณภาพ Facebook : Manita Thodpetch