ห้องข่าวภาคเที่ยง

แท็กซี่จิตอาสา พาคนเร่ร่อนหมดสติส่งโรงพยาบาล

เมื่อคืนที่ผ่านมา ตำรวจสายตรวจ สน.ห้วยขวาง ได้รับแจ้งว่า พบชายอายุประมาณ 35-40 ปี สวมหน้ากากอนามัย นอนหายใจรวยรินริมถนนหน้าร้านข้าวต้ม ปากซอยประชาสงเคราะห์39 แขวงและเขตดินแดง เมื่อไปถึงชายคนนี้ลักษณะเหมือนคนป่วยโควิด-19 อาการร่อแร่ ทำได้เพียงกะพริบตา ไม่สามารถพูดจาสื่อสารได้ ข้างกายพบกล่องข้าวและขวดน้ำเปล่า เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงพยายามประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อให้มารับร่างชายคนดังกล่าวส่งโรงพยาบาล แต่ไม่มีหน่วยงานใดมารับในช่วงเวลาดังกล่าวได้

ต่อมาชายขับแท็กซี่ทราบชื่อเพียงว่านายเก้า เป็นเจ้าหน้าที่อาสามูลนิธิร่วมกตัญญูได้ขับรถแท็กซี่ สีส้ม ทะเบียน ทท 9670 กรุงเทพมหานคร มาพบจึงอาสารับตัวชายคนดังกล่าวไป โดยทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ทำหนังสือส่งตัวจาก สน.ห้วยขวาง เพื่อนำตัวไปรักษาที่โรงพยาบาลตำรวจ

ระหว่างนั้นนายเก้า ได้นำชุด PPE มาสวมใส่และทำการปิดกั้นช่องระหว่างส่วนคนขับและผู้โดยสารด้านหลังเพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของโควิด-19 ก่อนนำผ้าพลาสติกมาห่อตัวชายคนดังกล่าวขึ้นส่วนที่นั่งผู้โดยสารด้านหลัง โดยตำรวจสายตรวจได้ขี่รถจักรยานยนต์นำรถแท็กซี่ลำเลียงผู้ป่วยส่งโรงพยาบาลตำรวจ ถึงมือของทีมแพทย์ทำการรักษาทันที

ส่วนคนขับรถแท็กซี่ทราบชื่อว่าคือ นายเก้าหน้า ขำภักดิ์ อายุ 34 ปี บอกว่า ขณะนั้นกำลังขับรถแท็กซี่จากแยกห้วยขวางมุ่งหน้าประชาอุทิศ ได้ยินวิทยุของมูลนิธิร่วมกตัญญูขออาสาสมัครตรวจสอบผู้ป่วยยังจุดเกิดเหตุ จึงรีบเดินทางไปยังที่เกิดเหตุพบผู้ป่วยนอนหายใจเหนื่อยหอบ ไม่สามารถพูดจาตอบคำถามได้ ทราบจากประชาชนที่ขายอาหารบริเวณดังกล่าวว่า ชายคนดังกล่าวเป็นคนเร่ร่อน โดยไม่ได้มาขอข้าวกิน 3 วัน 3 คืนแล้ว อาศัยนอนที่ลานจอดรถภายในซอยประชาสงเคราะห์ 41 กระทั่งเมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมามีคนนำร่างของชายคนดังกล่าวมายังบริเวณจุดเกิดเหตุตั้งแต่เช้าและนอนอยู่อย่างนั้นตลอดทั้งวัน

ขณะที่กำลังหาทางช่วยเหลือนั้น หน่วยกู้ชีพเอราวัณได้เข้ามาตรวจสอบยังจุดเกิดเหตุทำการประสานโรงพยาบาลปลายทางแต่ไม่สามารถรับรักษาผู้ป่วยได้ ตนจึงอาสานำตัวผู้ป่วยส่งโรงพยาบาลให้โดยมีเจ้าหน้าที่ตำรวจทำหนังสือส่งตัวจาก สน.ห้วยขวาง ประกอบเป็นหลักฐาน โดยทางเจ้าหน้าที่เอราวัณได้นำชุด PPE ถุงเท้าคลุม สวมหน้ากากอนามัย 2 ชั้น และ face shield เอี๊ยมสีฟ้าคลุมอีกชั้นหนึ่งให้กับตน และจัดการปิดกั้นบริเวณช่องระหว่างผู้โดยสารและคนขับ เพื่อนำตัวผู้ป่วยส่งโรงพยาบาลตำรวจ

ขณะนั้นผู้ป่วยยังคงมีชีพจรและลืมตาได้ ส่วนผู้ป่วยจะติดโรคโควิด-19 หรือไม่ ยังไม่ทราบ แต่ถึงอย่างไรก็ตามจะต้องใช้ความระมัดระวังสูงสุด หลังจากการนำส่งตัวผู้ป่วยเรียบร้อยแล้ว ก็ได้ทำความสะอาดฆ่าเชื้อภายในรถอย่างดี เหตุที่พร้อมให้การช่วยเหลือผู้ป่วยรายนี้ เพราะตนเองไม่อยากเห็นสภาพคนตายอยู่ริมถนนอย่างเมื่อวานที่ผ่านมาอีกแล้ว เมื่อประสบเหตุจึงพร้อมที่จะให้ความช่วยเหลือนำส่งโรงพยาบาลทันที