7HD ร้อนออนไลน์

ธปท.ประเมินเศรษฐกิจอาจจะถดถอยอีก 2% หากคุมโควิดรอบนี้ไม่ได้ภายในกลางเดือนสิงหาคมนี้

วันนี้ (22 ก.ค.64)  นางสาวชญาวดี ชัยอนันต์ ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายเศรษฐกิจมหภาค ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท กล่าวว่า จากการประเมินภาพเศรษฐกิจล่าสุด เมื่อ วันที่ 19 ก.ค.64 พบว่า การระบาดของโควิด รอบนี้รุนแรง มีผู้ติดเชื้อมาก และขยายวงกว้างมากกว่าที่คาดไว้  เนื่องจากการกลายพันธุ์ของไวรัสสายพัรธุ์เดลต้า  ทำให้การบริหารจัดการแก้ไขปัญหาทำได้ยากมากขึ้น  ประกอบมีปัญหาการจัดหาวัคซีน  

จากสถานการณ์ในขณะนี้  ธปท.ได้จัดทำแบบจำลองแนวโน้มการระบาดและการควบคุมสถานการณ์ไว้   2 กรณี คือ
1. ในแง่ดี   คือมาตรการล็อกดาวน์ที่บังคับใช้อย่างเข้มงวดระดับนี้  หากสามารถควบคุมการระบาดลงได้ประมาณ 40% ภายในกลางเดือน ส.ค. คาดว่าโควิดรอบนี้จะกระทบต่อจีดีพี.ประมาณ 0.8%
2. ในแง่เลวร้าย  คือการควบคุมไม่มีประสิทธิภาพ ทำให้การระบาดลดลงเพียง 20%  และอาจต้องล็อกดาวน์ออกไปจนถึงสิ้นปี  คาดว่าจะมีผลกระทบต่อจีดีพีประมาณ 2%

ดังนั้น  ปัจจัยสำคัญที่จะมีผลต่อแนวโน้มเศรษฐกิจไทยในระยะข้างหน้า คือประสิทธิผลของมาตรการล็อกดาวน์ และความเร็วในการกระจายวัคซีน เพื่อให้เกิดภูมิคุ้มกันหมู่  ซึ่งในระยะสั้นคงต้องจับตาดูเรื่องประสิทธิผลของมาตรการล็อกดาวน์ และมาตรการทางการคลังที่จะเข้ามาช่วยพยุงการบริโภคภายในประเทศ

ส่วนแนวโน้มเศรษฐกิจครึ่งปีหลัง  คงต้องรอติดตามปัจจัยการฉีดวัคซีน การกระจายวัคซีน ซัพพลายวัคซีน แต่ยอมรับว่าเศรษฐกิจไตรมาสที่ 2 โดนกระทบจากการระบาดระลอก 3 ค่อนข้างหนักกว่าประมาณการไว้มาก ซึ่งธปท.ต้องทำงานอย่างใกล้ชิดกับกระทรวงการคลัง  เพื่อประสานนโยบายการเงินให้สอดคล้องกับนโยบายการคลังให้มากที่สุด  เพื่อพยุงเศรษฐกิจไทย