ข่าวในพระราชสำนัก

สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงติดตามความก้าวหน้าการดำเนินงานโครงการพัฒนาเด็กและเยาวชนตามพระราชดำริ โรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดน ในพื้นที่จังหวัดนครพนม ผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์

เวลา 08.57 น. วันนี้ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จออก ณ ห้องประชุม วังสระปทุม ทรงติดตามการดำเนินงานโครงการพัฒนาเด็กและเยาวชนตามพระราชดำริ โรงเรียนตํารวจตระเวนชายแดนคอนราดเฮงเค็ล ตําบลนาใน อําเภอโพนสวรรค์ จังหวัดนครพนม ครั้งที่ 7/1033 ผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งกองกำกับการตำรวจตระเวนชายแดนที่ 23 ดูแลรับสนองพระราชดำริ ร่วมกับหน่วยงานต่าง ๆ ประสบผลสำเร็จดี นักเรียนมีสุขภาพสมบูรณ์ มีพัฒนาการทางการศึกษาเติบโตสมวัย ปัจจุบัน มีเขตบริการ 2 หมู่บ้าน ได้แก่ บ้านโนนขาม และบ้านท่าสะอาด มีนักเรียน 67 คน ในสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 สามารถเปิดสอนได้ปกติ ในหนึ่งชั้นปี มีนักเรียนประมาณ 8-10 คน และจัดห้องเรียนแบบเว้นระยะห่างได้ตามมาตรการควบคุมและป้องกันการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ได้

ด้านกิจกรรมเกษตรเพื่ออาหารกลางวัน มีพื้นที่ดำเนินกิจกรรมกว่า 17 ไร่ ปลูกผักสวนครัว ผักเครือเถา ปลูกพืชอายุยืน ไม้ผล เลี้ยงปลา เลี้ยงไก่ สามารถขยายผลสู่ชุมชนได้แล้ว ที่โดดเด่น คือ กิจกรรมเพาะเมล็ดงอก ที่ต่อยอดแนวพระราชดำริที่ทรงส่งเสริมไว้ เรื่องการปลูกพืชระยะสั้น ต่อยอดด้วยการคิดปลูกผักสลัดแบบยกแคร่ มีชมรมศิษย์เก่าช่วยทำแปลงเกษตร ปัจจุบัน ตั้งเป็น “ศูนย์งอกงาม” คิดพัฒนาการเพาะถั่วงอกจากแบบดั้งเดิม เป็นแบบรดน้ำอัตโนมัติทุก 2 ชั่วโมง, เพาะต้นทานตะวันในถาด เพื่อนำไปทำเป็นสลัดโรล เริ่มจำหน่ายในชุมชน ผ่านระบบสหกรณ์ได้แล้ว

ด้านอาชีพ สอนปักสะดึง นักเรียนสามารถปักชื่อตัวเองได้ เป็นการช่วยฝึกสมาธิ รวมทั้ง ทําสลัดโรล และแปรรูปผลผลิตทางการเกษตรที่มีมาก คือ สับปะรด ทำเป็นข้าวเกรียบ กะหรี่ปั๊บ และน้ำสับปะรด ส่วนกลุ่มเศรษฐกิจพอเพียงฯ ในพื้นที่จังหวัดนครพนม ปัจจุบัน มี 5 ชุมชน สมาชิกมากกว่า 250 คน รวมกลุ่มช่วยเหลือกัน สามารถพัฒนาฝีมือ จนจัดตั้งเป็นวิสาหกิจชุมชน

โอกาสนี้ ได้พระราชทานแนวทางในการพัฒนางาน ซึ่งมีหลายหน่วยงานที่เข้ามาถ่ายทอดความรู้ เพื่อพัฒนาโรงเรียนและชุมชน รวมทั้งมีปราชญ์ชุมชนที่มีความรู้พิเศษเ ข้ามาสอนและส่งเสริมในโรงเรียน เป็นการสืบสาน รักษา และเผยแพร่ภูมิปัญญาท้องถิ่นไม่ให้สูญหายไป

เวลา 13.06 น. เสด็จออก ณ ห้องประชุม วังสระปทุม ทรงติดตามความก้าวหน้าการดำเนินงานโครงการพัฒนาเด็กและเยาวชนตามพระราชดำริ โรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดนบ้านหนองดู่ ตําบลโพนบก ครั้งที่ 7/1034 ผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ โดยโรงเรียนฯ ดำเนินงานเสริมสร้างความรู้ด้านวิชาการ เพื่อให้นักเรียนสามารถอ่านออกเขียนได้ ซึ่งได้รับความร่วมมือจากมหาวิทยาลัยนครพนม จัดทำหลักสูตรและห้องเรียนอัจฉริยะ เพื่อแก้ไขปัญหาการเรียนการสอนภาษาไทย ด้วยการพัฒนานักเรียน ควบคู่กับการพัฒนาครูผู้สอน โดยเป็น 1 ใน 11 โรงเรียนนำร่องของกองกำกับการตำรวจตระเวนชายแดนที่ 23 นอกจากนี้ ให้ความสำคัญกับการส่งเสริมอาชีพ ที่ช่วยพัฒนา เสริมสร้างกระบวนการทางความคิด พัฒนาการด้านร่างกาย นำความรู้ที่ได้ไปสร้างรายได้ให้กับตนเองและครอบครัว อาทิ การสอนทำผ้ามัดย้อม ที่ช่วยฝึกกล้ามเนื้อมือ ความมีน้ำใจ และการทำงานเป็นทีมให้กับนักเรียนชั้นอนุบาล, การจัดตั้งกลุ่มงานอาชีพ การตัดเย็บกระเป๋าผ้าลายพื้นถิ่นอีสาน ที่ต่อยอดและอนุรักษ์ภูมิปัญญาท้องถิ่นการทอผ้ามุกของจังหวัด โดยมีนักเรียนทุกชั้นที่สนใจเข้าเป็นสมาชิก ซึ่งได้นำผลิตภัณฑ์ เช่น กระเป๋าผ้า หน้ากากผ้า และเสื้อคลุม จำหน่ายทางออนไลน์ โดยปีการศึกษา 2563 มีสมาชิกทั้งนักเรียนปัจจุบัน ศิษย์เก่า และชาวบ้าน รวม 46 คน อีกทั้งยังมีวิสาหกิจชุมชนพืชผักสวนครัวตำบลนาคำ มาฝึกอบรมการทำ "ส้มผักเสี้ยน" เพื่อให้รู้จักการแปรรูปพืชผักสวนครัว สามารถจำหน่ายในชุมชนเป็นรายได้

ในการนี้ ทรงเปิดป้าย “อาคารเกษตรสิริสุข” ผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งกรมส่งเสริมการเกษตรสร้างขึ้น เพื่อเป็นสถานที่ให้นักเรียนฝึกปฏิบัติการจัดการผลผลิตหลังเก็บเกี่ยวจากแปลงเกษตร ฝึกแปรรูปและถนอมอาหารจากผลผลิตทางการเกษตร โดยได้รับพระราชทานชื่ออาคาร หมายถึง อาคารซึ่งเป็นสถานที่แห่งความสุขและความเป็นมงคลด้านการเกษตร ภายในประกอบด้วย ห้องนิทรรศการ ประวัติโครงการเกษตรเพื่ออาหารกลางวัน, ห้องจัดวางผลิตภัณฑ์, ห้องแปรรูปผลผลิต ซึ่งให้ชาวบ้านเข้ามาใช้ประโยชน์และฝึกสอนนักเรียน โดยมีกลุ่มแม่บ้านเกษตรกรบ้านหนองดู่มาสอนแปรรูปสับปะรด อาทิ กะหรี่ปั๊บ เค้กหน้านิ่ม คุ้กกี้ และน้ำสับปะรด รวมทั้งกล้วยฉาบ วุ้นกรอบสมุนไพร และน้ำอัญชัน

โอกาสนี้ มีพระราชดำรัสแก่ผู้ปฎิบัติงาน โดยที่ผ่านมา ได้ทรงติดตามความก้าวหน้าของโรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดน มาตลอดระยะเวลา 30 ปี ถึงแม้ปัจจุบันจะอยู่ในสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ก็ขอให้อดทน ขยัน ดูแลสุขภาพอนามัยตนเองให้ดี ส่วนนักเรียนก็ขอให้ตั้งใจ มีความพยายาม โรงเรียนและชุมชน ก็ขอให้ร่วมมือกันในทุก ๆ ด้าน

ข่าวอื่นในหมวด

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ข่าวอื่นในหมวด