7HDร้อนออนไลน์

คนป่วยเดินทางกลับบ้านไม่หยุดที่ประชุมมีมติขอ อบจ. จัดงบ 10 ล้านซื้อ Antigen Test Kit ช่วย

คนป่วยร้อยเอ็ด ไหลกลับบ้านไม่หยุด ล่าสุด กู้ภัยอโสก นำกลับอีก 70 คน จังหวัดเร่งประชุมปรับแผนรับคนล้น 4,000 เตียง จังหวัดมีมติให้ อบจ.จัดงบ 10 ล้าน ซื้ออุปกรณ์ตรวจเชื้อ ATK.ที่รู้ผลภายใน 30 นาที มาคัดกรองคนออกจากเตียงทุกสี เพื่อสำรองไว้รองรับคนที่ คาดว่าจะมาอีกจำนวนมาก การเดินทางกลับร้อยเอ็ด ของคนร้อยเอ็ด ที่ติดเชื้อโควิด-19 ที่อาศัยความร่วมมือของกู้ภัยเอกชน ในการรับคนป่วยที่มีใบรับรองการป่วยจริง เพื่อเดินทาวกลับรักษาตัวที่บ้าน ยังคงดำเนินไปต่อเนื่องทุกวัน

และล่าสุดวันนี้ กู้ภัยอโสกพิทักษ์ชีพร้อยเอ็ด นำผู้ที่ประสงค์จะกลับบ้านด้วยรถตู้ 3 คัน รถกระบะ 2 คัน และรถบัสโดยสาร 1 คัน รับคนร้อยเอ็ดที่ป่วยที่ติดเชื้อจากหลายจังหวัดจำนวน 70 คนเดินทางไปถึงจังหวัดร้อยเอ็ด ด้วยการนำผู้โดยสารทั้งหมด ลงทะเบียนที่ รพ.สนาม หอประชุมจังหวัด ในเขต อ.เมืองร้อยเอ็ด ก่อนที่จะทำการคัดแยกออกเป็นผู้ป่วยแต่ละอำเภอ ก่อนที่จะประสาน รถจาก รพ.ต่างอำเภอมารับกลับไปรับการรักษาที่ รพ.สนามของแต่ละพื้นที่ ทั้ง 20 อำเภอต่อไป โดยการรับตัวส่งต่อกลับภูมิลำเนาใช้มาตรการที่รัดกุมด้านการควบคุมป้องกันการติดเชื้อสูงสุด เพื่อป้องกันบุคลากรทางการแพทย์และเจ้าหน้าที่ของ รพ.ติดเชื้อ ด้วยความเข้มงวด

ขณะที่ นายชยันต์ ศิริมาศ ผู้ว่าราชการจังหวัดร้อยเอ็ด เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดร้อยเอ็ด ผ่านระบบ Zoom Meeting ไปยัง หน่วยงานราชการต่างที่เกี่ยวข้องทั้ง  20 อำเภอ โดยมีหัวหน้าส่วนที่รับผิดชอบการควบคุมโรค ทุกภาคส่วนปรับแผนรับมือเพื่อควบคุมสถานการณ์ สำหรับการเตรียมรับมือมีการประชุมแผนส่วนการเตรียมรับมือการเดินทางกลับของคนร้อยเอ็ด ออนไลน์สั่งการไปยังทุกอำเภอร่วมเสนอปัญหา และกำหนดแผนฝ่ายข้อมูลแจ้งประชาชนทุกด้านให้เกิดความเข้าใจ และเตรียมแผนให้ช่วยคนร้อยเอ็ดทุกคนกลับบ้าน ซึ่งมีเตียงทั้ง รพ.สนาม ที่ตอนนี้ 4000 เตียง และ เตียงใน ci.หรือจุดพักคอย 2000 เตียง ซึ่งมีการกำหนดแผนเสริมเตียงให้มากขึ้นมารองรับ คนที่ขอกลับบ้านต่อเนื่องตลอดเวลา เพราะเกรงว่าจะมีจุดรอรับเกินกำลัง และมีแนวโน้มสถานที่และเตียงจะไม่เพียงพอ และเร่งกำหนดแผน หาทางแก้ไขรับมือคนเดินทางกลับ

เสนอให้มีเครื่องตรวจ Atk. (Antigen Test K it) คือ อุปกรณ์การตรวจเชื้อที่เห็นผลภายใน 30 นาที มาใช้ในการตรวจคัดกรองคนที่เดินทางกลับบ้านจำนวนมาก ที่ปลอดภัย ออกจากรพ.สนาม และศูนย์พักคอย ซึ่งหลังจากใช้เครื่อง Atk. (Antigen Test K it) คัดกรองคนที่เดินทางกลับบ้านที่ไม่ป่วยออกไปจากระบบ เพื่อแก้ปัญหาทั้งเตียงสีแดง ใน รพ.และสีเขียว ในศูนย์พักคอย ที่ไม่เพียงพอไห้ว่างเพื่อรองรับในส่วนของผู้จำเป็นจริงเท่านั้น

นายแพทย์ปิติ ทั้งไพศาล นายแพทย์สาธารณสุข กล่าวว่า ที่น่าห่วงที่เฝ้าระวังปัญหาที่สุด คือการเดินทางกลับ นอกเหนือการควบคุม ที่เดินทางกลับ ทั้งที่ติดเชื้อกลับบ้านโดยไม่บอกใคร แล้วก่อให้เกิดผู้ป่วยเพิ่ม ซึ่งจะไม่ใช่ทีละคน แต่จะพบอย่างน้อยครั้ง 4-5 คนขึ้นไป จนอาจจะถึง 10 คนได้ ซึ่งน่าห่วง เพราะจะเป็นการกระจายและแพร่เชื้อ จากการสัมผัสรอบบ้าน ซึ่งและไปเดินแพร่เชื้อในตลาด และในชุมชนแออัด และส่วนนี้คือปัญหาที่ยากควบคุมและสิ่งที่ต้องการที่สุดคือ เครื่องมือตรวจ Atk. (Antigen Test K it) ที่อยากให้มีสัก 30,000 ชุด จะช่วยแก้ปัญหาได้มาก แต่ส่วนที่ สสจ.จะได้รับ สสปช.ยังไม่มีกำหนดชัดเจนที่จะส่งถึงร้อยเอ็ด และเกรงว่า การจัดสรรมาไม่ต่อเนื่อง และจัดสรรมาไม่เพียงพอ ซึ่งไม่เพียงพอใช้สอย ทั้ง 20 อำเภอได้ และโดยเฉพาะในสภาวะเกือบเข้าขั้นวิกฤติ ที่เตียงมีแนวโน้มไม่เพียงพอ และคนลักลอบกลับบ้านโดยคัดกรองไม่ทั่วถึง และผลการตรวจช้า เสนอว่าควรจะมีการจัดงบประมาณที่สามารถดำเนินการจัดซื้อได้ด้วยความรวดเร็ว จะมีส่วนช่วยแก้ปัญหาได้ทันท่วงที โดยขอให้หน่วยงานที่สามารถจัดสรรงบประมาณได้ ช่วยจัดงบมาช่วยจัดซื้อ ก็จะแก้ปัญหาได้

นายเอกภาพ พลซื่อ นายก อบจ.ที่เข้าร่วมประชุม กล่าวหลังจากรับทราบปัญหาว่า นับเป็นเรื่องน่าวิตกกังวล ที่ ชุดตรวจ Atk. (Antigen Test K it) ของ สปสช.ที่กำลังดำเนินการ  8 ล้านกว่าชุด ทั่วประเทศ ซึ่งอาจจะเป็นต้นเหตุส่งมาล่าช้า หากที่ประชุมมีมติเห็นชอบให้ อบจ.ดำเนินการ ทางอบจ.ก็พร้อมที่จะให้การสนับสนุน จัดสรรงบประมาณ 10 ล้านบาท เข้ามาสนับสนุน การจัดซื้อเพื่อความรวดเร็ว ในการจัดซื้อเครื่องมือดังกล่าว มอบให้กับทางสาธารณสุข ภายใน 7 วัน เพื่อให้ทันใช้สอย

ซึ่งที่ประชุมมีมติเห็นชอบให้ อบจ.เร่งดำเนินการ ซึ่งทางด้านนายเอกภาพ พลซื่อ กล่าวว่า เมื่อที่ประชุมมีมติเห็นชอบ ก็จะเร่งดำเนินการทันที เพื่อช่วยแก้ปัญหาให้กับชาวร้อยเอ็ด โดยจะเร่งดำเนินการโดยเร็วที่สุด เพื่อส่งมอบเครื่องมือดังกล่าว ให้กับสำหนักงานสาธารณะสุขจังหวัดร้อยเอ็ด ที่มีความพร้อมมากกว่า มีความชำนาญมากกว่า และมีเจ้าหน้าที่มากกว่า สามารถเร่งส่งไปยัง รพ.สต.ทั้งจังหวัด ๒๒๙ แห่ง สามารถนำไปใช้ได้ด้วยความรวดเร็วทันท่วงที