7HD ร้อนออนไลน์

นายกรัฐมนตรี หารือด่วนจังหวัดสีแดงเข้ม สั่งเร่งแก้โควิดโดยรัฐพร้อมช่วยเหลือ คาดดีขึ้นใน 4-6 สัปดาห์

วันนี้ (28 ก.ค.64)  พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ได้ประชุมด่วนผู้ว่าราชการจังหวัดในพื้นที่สีแดงเข้ม12 จังหวัด ยกเว้นกรุงเทพมหานคร ที่หารือไปก่อนหน้านี้แล้ว หลังพบจำนวนผู้ติดเชื้อรายวันของทุกจังหวัดไม่ลดลง และมีแนวโน้มผู้ป่วยสีเหลืองจะรุนแรงขึ้นเป็นระดับสีแดง

ดังนั้น จึงได้ให้ทุกจังหวัดปรับแนวทางการแก้ไขปัญหาเร่งตรวจหาเชื้อ เพิ่มเตียงรองรับโดยเร็ว พร้อมย้ำเร่งกระจายวัคซีน และยาฟาวิพิราเวียเต็มศักยภาพ เพื่อให้จำนวนผู้ติดเชื้อลดลง  และได้ให้ทุกจังหวัดไล่ล่าหากลุ่มคนที่กักตุนถังออกซิเจน เช่นเดียวกับให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เข้าตรวจสอบคุณภาพของฟ้าทะลายโจร ซึ่งยังมีผู้ประกอบการลักลอบผลิตและปลอมปน หรือ จำหน่ายของด้อยคุณภาพ

นอกจากนี้นายกรัฐมนตรี กำชับเรื่องการป้องกันการระบาดข้ามจังหวัด  โดยให้นำระบบ bubble and seal มาใช้กับโรงงานและแคมป์แรงงาน   หลังพบจังหวัดฉะเชิงเทรา มีคลัสเตอร์โรงงานเป็นแหล่งระบาดหนัก ขณะเดียวกันยินดีสนับสนุนเตียงรองรับผู้ป่วยสีแดงให้กับจังหวัดชลบุรีตามที่ร้องขอ และ เร่งจัดหาฟ้าทะลายโจรให้กับจังหวัดสมุทรสาคร ที่ประสบปัญหาขาดแคลน พร้อมย้ำให้ใช้ชุดตรวจ Antigen Test Kit หรือ ATK เพื่อความรวดเร็ว หากพบติดเชื้อ ให้นำเข้าสู่กระบวนการรักษาทันที ก่อนจะนำไปตรวจสอบ โดยระบบ RT-PCR ต่อไป

นอกจากนี้ นายกรัฐมนตรี มีความกังวลต่อสถานที่ตรวจหาเชื้อโควิด-19 ของภาคเอกชน ที่ไม่มีระบบเชื่อมโยงส่งตัวผู้ป่วยหลังพบการติดเชื้อ ขณะเดียวกัน ยังกังวลกับการติดเชื้อที่เพิ่มขึ้นในหมู่บ้านจัดสรร จึงให้เร่งการตรวจเชิงรุกเข้าไปตามหมู่บ้านด้วย ส่วนโรงพยาบาลสนามที่จะเพิ่มขึ้น เพื่อแก้ปัญหาบุคลากรขาดแคลน อยากให้พิจารณาจัดทำในพื้นที่ใกล้เคียงกับโรงพยาบาลหลัก

ในช่วงท้าย นายกรัฐมนตรี ขอบคุณในความร่วมมือของทุกภาคส่วน ทั้งศบค. กระทรวงสาธารณสุข และ จังหวัด ที่ทำงานด้วยกันอย่างราบรื่นไม่มีความขัดแย้ง เป็นหนึ่งเดียวกัน โดยหวังว่า สถานการณ์จะดีขึ้นภายใน 4-6 สัปดาห์ ตามหลักฐานทางการแพทย์  พร้อมย้ำ หากติดขัดเรื่องงบประมาณให้เสนอมาได้  ทั้งอยากเห็นพื้นที่หมู่บ้านหรือชุมชนสีฟ้าเกิดขึ้น ซึ่งจะเป็นพื้นที่ ที่ดูแลช่วยเหลือเกื้อกูลกันเอง จนกลายเป็นพื้นที่ไม่พบผู้ติดเชื้อ หรือพบผู้ติดเชื้อในจำนวนน้อย ให้จังหวัดประกาศเชิดชู หรือ มอบให้รางวัลเพื่อเป็นกำลังใจ เพื่อเป็นตัวอย่างให้หลายพื้นที่นำไปปฏิบัติ

ขณะที่ นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ย้ำแผนการฉีดวัคซีน ในระยะ 2 เดือนแรก ต้องให้ผู้สูงอายุและผู้ป่วยโรคกลุ่มเสี่ยงก่อน หลังพบจำนวนฉีดวัคซีนหลายจังหวัดไม่เป็นไปตามเป้าหมายที่กำหนด พร้อมย้ำว่า นับจากนี้ จะเร่งการฉีดวัคซีนให้ได้ 10-12 ล้านโดสต่อเดือน