7HD ร้อนออนไลน์

ลูกสาวเผยความจริงอีกมุม โต้พาพ่อวัยชราติดโควิดทิ้งวัด ขณะที่ตัวเองก็ติดด้วย

ความคืบหน้ากรณีโซเชียลแชร์ภาพชายสูงวัยถูกทิ้งในวัดที่ จ.นครราชสีมา พร้อมระบุว่า ลูกสาวเป็นคนพาพ่อมาทิ้งที่วัดแล้วหนีไป ล่าสุดลูกสาวติดโควิด-19จากพ่อ เปิดใจเครียดจากกระแสข่าวที่เกิดขึ้น ยืนยันไม่ได้ทิ้งพ่อดูแลดีมาโดยตลอด พ่อต้องการจะไปอยู่กับหลวงน้าที่สนิทกันและรู้จักกัน ขณะที่นายกเทศมนตรีเมืองเมืองพลส่งทีมสอบสวนโรคลงพื้นที่พร้อมให้กักตัวทั้งครอบครัวหลังลูกชายเดินทางไปหาพ่อ ตามมาตรการควบคุมโรคสูงสุด

จากกรณีโลกโซเชียลได้มีการเผยแพร่ภาพชายสูงอายุ ถูกนำมาทิ้งไว้ที่วัดแห่งหนึ่งในเขต อ.บัวลาย จ.นครราชสีมา ก่อนที่จะมีเจ้าหน้าที่กู้ภัยมาทำการช่วยเหลือและส่งต่อการรักษามาที่ รพ.ขอนแก่น เนื่องจากชายคนดังกล่าวเป็นชาว อ.พล จ.ขอนแก่น  จนกระทั่งถูกกระแสวิจารณ์และต่อว่าว่าคนในครอบครัว โดยระบุว่าลูกสาวนำคุณพ่อมาทิ้งไว้ที่วัดแล้วหลบหนีไป นั้น

นายกิตติโชติ  เตรียมเวชวุฒิไกร นายกเทศมนตรีเมืองเมืองพล กล่าวว่า หลังจากทราบเรื่องได้มอบหมายให้ทีมสอบสวนโรคและฝ่ายพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ได้ลงพื้นที่ทำการสอบสวนโรคทันที พร้อมทั้งมอบถุงยังชีพให้กับครอบครัว เนื่องจากต้องกักตัว 14 วัน ตามแนวทางการสอบสวนโรค ขณะที่ชายคนดังกล่าวนั้น ทราบว่า ใช้ชีวิตส่วนใหญ่อยู่ที่กรุงเทพฯ และเมื่อไม่สามารถที่จะประกอบอาชีพได้เนื่องจากอายุมาก จึงให้ลูกสาวมาส่งที่วัดที่ อ.บัวลาย จ.นครราชีมา แต่ด้วยการที่อายุมาก ป่วย และเกิดเป็นลม จึงนอนอยู่ในจุดที่คนไปพบจนกลายเป็นกระแสโซเชียลเกิดขึ้น

โครงการคนเมืองพล เราไม่ทิ้งกัน ซึ่งหลังทราบเรื่องคณะทำงานร่วมทุกฝ่ายได้ลงพื้นที่ช่วยเหลือครอบครัวนี้ทันที แต่ด้วยการที่เสี่ยงจะมีการสัมผัส เนื่องจากบุตรชายที่อยู่ที่ อ.พล ได้เดินทางไปหาพ่อ แม้จะไม่เอาตัวแต่ก็อยู่ในจุดที่คุณพ่อ นั้นอาศัยอยู่และเป็นจุดที่ทีมกู้ชีพได้เข้าไปช่วยเหลือ ดังนั้นมาตรการป้องกันและควบคุมโรคตามมาตรฐานความปลอดภัยด้านสาธารณสุขจึงจำเป็นจะต้องดำเนินการอย่างเข้มงวดทีนที ด้วยการสั่งกักตัวทั้งครอบครัว โดยเทศบาลฯจะให้การสนับสนุนด้านอาหาร ข้าวของเครื่องใช้ รวมทั้งการประสานงานร่วม รพ.ขอนแก่น และ รพ.พล ในการแจ้งถึงความคืบหน้าอาการของคุณพ่อให้กับครอบครัวที่อยู่ที่ อ.พล ได้รับทราบอยู่เป็นระยะด้วยและหากรักษาหายขาดจากโรค หรือพ้นระยะกักตัวของครอบครัว เทศบาลฯก็จะจัดรถรับและส่งให้กับครอบครัวนี้ได้กลับมาอยู่พร้อมหน้าพร้อมตากันอีกครั้ง

ด้าน  ลูกสาว เปิดเผยทางโทรศัพท์กับผู้สื่อข่าวว่า ไม่ทราบว่าพ่อติดโควิด-19 มาก่อน ซึ่งตนเองได้โทรศัพท์คุยกับหลวงน้าแล้ว เพราะพ่ออยากไปหา ซึ่งหลวงน้าก็รับรู้และยินดีให้มา เพราะอยู่รูปเดียว จึงพาพ่อไปหาหลวงน้าที่วัด ตอนนี้เครียดและตกใจที่มีข่าวออกมาในแนวว่าทิ้งพ่อ ยืนยันว่าไม่เคยคิดทิ้งพ่อและดูแลพ่ออย่างดี แต่พ่ออยากจะไปหาหลวงน้าที่สนิทกัน จึงพาพ่อไปตามที่พ่อต้องการ กระทั่งมีกระแสข่าวออกมาและเพิ่งทราบว่าพ่อติดโควิด-19 หลังทราบตนเองก็ไปตรวจ และผลออกมาว่าติดโควิด-19 เช่นเดียวกัน ทำให้ตอนนี้ตนเองยิ่งเครียดหนักไปกว่าเดิม แต่ยืนยันว่าไม่เคยทอดทิ้งพ่อ และดูแลพ่ออย่างดีมาโดยตลอด ขอให้คนนอกเข้าใจใหม่ด้วย