สนามข่าว 7 สี

รายงานพิเศษ : พัสดุล้น ส่งช้า วิกฤตโควิด-19 กระทบขนส่งไทย

จากสถานการณ์แพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ที่ต้องงดการเดินทาง หลีกเลี่ยงการออกจากบ้าน ทำให้มีการสั่งซื้อสินค้าออนไลน์เพิ่มมากขึ้น จึงเกิดปัญหาการคัดแยกและการจัดส่งล่าช้าตามมา อีกทั้งปัญหาพนักงานขนส่งพัสดุติดเชื้อโควิด-19 บางค่ายถึงขั้นสั่งปิดศูนย์กระจายพัสดุและสาขาที่ให้บริการ ติดตามรายละเอียดจากรายงาน

รถขนส่งพัสดุที่แล่นอยู่กลางท้องถนนมากมาย ชี้ให้เห็นถึงความเปลี่ยนแปลงของตลาดออนไลน์ที่โตวันโตคืน เม็ดเงินไหลเข้าอย่างไม่หยุดหย่อน ทะลุ 200,000 ล้านบาท ตอกย้ำด้วยสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ที่ปริมาณพัสดุเพิ่มขึ้นเป็นเท่าตัว พนักงานขนส่งทำงานกันไม่หวาดไม่ไหว แต่แล้วก็ไม่มีใครคาดคิดว่าธุรกิจนี้จะสะดุด เพราะพนักงานขนส่งติดเชื้อโควิด ทำให้ธุรกิจต้องหยุดชะงัก

เริ่มที่ บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด ออกประกาศเมื่อวันที่ 26 กรกฎาคมที่ผ่านมา ว่ามีความจำเป็นต้องปิดให้บริการรับฝากชั่วคราว หรืองดนำจ่ายชั่วคราว หรือนำจ่ายล่าช้า และปิดทำการชั่วคราวของไปรษณีย์ที่อยู่ในห้างสรรพสินค้า ตามคำสั่งของ ศบค. และระงับการฝากส่งผลไม้สด ต้นไม้ กล้าพันธุ์ไม้ และของเน่าเสียง่าย เป็นการชั่วคราว ถึงวันที่ 31 กรกฎาคม เพื่อป้องกันผลไม้และต้นไม้เสียหาย และการนำจ่ายสิ่งของเป็นไปอย่างจำกัดในบางพื้นที่

ส่วน บริษัท เคอรี่ เอ็กซ์เพรส (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) ก็เป็นอีกค่ายที่ได้รับผลกระทบ โดยมีการออกประกาศแจ้งการปิดบางสาขาเป็นการชั่วคราว เนื่องจากพบพนักงานติดเชื้อ แต่ระบบทั้งหมดยังเปิดให้บริการตามปกติ และจำเป็นต้องยกเว้นการบริการในบางพื้นที่ ที่ได้รับผลกระทบจากมาตรการล็อกดาวน์ของภาครัฐ ทำให้ระยะเวลาการขนส่งไปยังปลายทางใช้เวลามากกว่าปกติ 1-2 วัน

นายวราวุธ นาถประดิษฐ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ยอมรับว่า ขณะนี้ยังถือว่ารับมือได้ แต่บางพื้นที่ก็มีการจัดส่งพัสดุล่าช้ากว่าปกติบ้าง ซึ่งตั้งแต่การระบาดของโควิด-19 ทางบริษัทได้ปรับแผนการทำงานมาได้พักใหญ่แล้ว

โดยหน้าที่หลักของพนักงานขนส่งพัสดุ ที่ปัจจุบันต้องเน้นความรวดเร็วและสร้างความมั่นใจ และประทับใจจากผู้ใช้บริการแล้ว ความปลอดภัยจากเชื้อโรคก็ต้องสูงสุดเช่นเดียวกัน เพราะถือเป็นด่านหน้าอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

โดยบริษัท แฟลช เอ็กซ์เพรส ที่ต้องเผชิญวิกฤตครั้งใหญ่ เมื่อมีพนักงานติดเชื้อโควิดหลายราย จนศูนย์กระจายพัสดุสาขาวังน้อย ต้องปิดการดำเนินการชั่วคราว เมื่อวันที่ 19 กรกฎาคมที่ผ่านมา แน่นอนว่าส่งผลกระทบต่อพัสดุจำนวนมากที่รอส่งถึงปลายทาง ซึ่งทางบริษัทได้แจ้งผู้ใช้บริการ เมื่อวันที่ 23 กรกฎาคมที่ผ่านมา เพื่อขอโทษกับลูกค้าต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น พร้อมชี้แจงมาตรการเยียวยาชดเชยค่าเสียหาย และทางผู้บริหารเองได้ออกมาตรการเร่งด่วนในการดูแลพนักงานกว่า 500 กว่าคน ให้ปลอดภัยมากที่สุด เท่าที่จะทำได้ เพื่อให้การขับเคลื่อนธุรกิจเป็นไปโดยไม่สะดุด

นี่เป็นเพียงข้อมูลจากธุรกิจขนส่งพัสดุ ไม่กี่บริษัทเท่านั้น จากทั้งหมดที่มีกว่า 20 บริษัทที่ให้บริการในประเทศไทย ดังนั้นในสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ที่ยังคงทวีความรุนแรงขึ้นนี้ ทำให้คนลดปริมาณการเดินทางไปหาสินค้า ดังนั้นสินค้าจะต้องเป็นฝ่ายเคลื่อนที่เข้าหาลูกค้าแทน เพราะฉะนั้นแล้วทางเดียวที่อยู่จะรอด คือต้องหาวิธีอยู่ร่วมกับมันให้ได้อย่างดีที่สุด