สนามข่าว 7 สี

แม่ค้า รปภ. นักศึกษา ร้อง บก.ปอท.เอาผิดแก๊งแอปฯเงินกู้

เมื่อวานมีแม่ค้าออนไลน์, รปภ.หอพัก และนักศึกษา ต่างคนต่างเรื่อง เอาหลักฐานที่ตกเป็นเหยื่อของแก๊งแอปฯ ปล่อยเงินกู้ ไปแจ้งความกับ ตำรวจ บก.ปอท. โดย 2 ราย โดนหลอกรับเงินครึ่งเดียวจากยอดเงินกู้ยืม แต่อีกรายหนักกว่า ไม่ได้เงินสักบาทเดียว ซ้ำยังเสียเงินกว่า 80,000 บาท ให้มิจฉาชีพไปฟรี ๆ อีก

เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยหญิง อายุ 45 ปี และนักศึกษาหญิง อายุ 22 ปี 2 รายนี้เจอมิจฉาชีพหลอกมาคล้าย ๆ กัน คือไปเจอโฆษณาให้กู้ยืมเงินด่วน โดยมีโพรโมชัน ยืมเงินตอนนี้ ได้ก่อนครึ่งหนึ่งทันที ทั้งสองคนก็เกิดความสนใจสมัครกู้ยืมไป ซึ่งก็ได้รับเงินมาคนละครึ่งหนึ่งของยอดที่กู้ยืมจริง ๆ แต่ก็ได้แค่นั้น อีกทั้งพอครบงวดต้องชำระ ก็ถูกบังคับให้ต้องชำระเต็ม แถมคิดดอกเบี้ยวันละ 800 บาท ถ้าไม่มีให้ก็โทรไปข่มขู่ ขู่ฆ่า ทั้งกับผู้กู้ยืม, ญาติ และคนรู้จัก รวมถึงนำไปโพสต์ประจานทางเฟซบุ๊ก ผู้เสียหายจึงรวบรวมหลักฐานไปขอให้ตำรวจกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี หรือ บก.ปอท. ดำเนินคดีตามกฎหมาย

ส่วนอีกรายโดนหนักกว่า นางสาวบัณฑิตา ศิริรัตน์ประภาพร แม่ค้าขายไส้อั่วออนไลน์ ที่นำหลักฐานต่าง ๆ ไปแจ้งความกับตำรวจเช่นกัน บอกว่า ตั้งใจจะหายืมเงินจากสถาบันการเงินที่เชื่อถือได้มาหมุนเงินลงทุน ก็ไปเจอมิจฉาชีพที่อ้างตัวเป็นเจ้าหน้าที่บริษัทไฟแนนซ์มีชื่อแห่งหนึ่ง โทรศัพท์มาเสนอเงื่อนไขให้กู้เงินได้ โดยไม่จำเป็นต้องมีสลิปเงินเดือน และสเตทเมนท์ ก็สนใจติดต่อส่งหลักฐานต่าง ๆ ให้ไป จากนั้น ก็มีเจ้าหน้าที่แนะนำให้โหลดแอปพลิเคชันตัวหนึ่ง อ้างว่าเป็นของบริษัท เพื่อใช้ติดต่อทำธุรกรรมต่าง ๆ โดยเจ้าหน้าที่บอกให้โอนเงินแรกเข้า 5,000 บาท อ้างว่าเป็นค่ารหัสถอนเงิน ซึ่งจะได้เงินคืนภายหลัง 5,500 บาท แต่เมื่อโอนไปแล้ว กลับถูกบอกว่าตนกรอกเลขบัญชีผิด ต้องโอนเงินเข้าไปอีก 20,000 บาท แต่พอโอนเงินเข้าไปแล้วก็ยังถอนเงินไม่ได้ มีปัญหาใหม่ให้ต้องโอนเงินไปอีกหลายครั้ง รวมเงินที่โอนไปกว่า 80,000 บาท ก็ยังไม่สามารถถอนเงินใด ๆ ออกมาได้ จึงเริ่มพบความผิดปกติว่าน่าจะเป็นมิจฉาชีพโทรมาหลอกลวง

ที่เดือดร้อนไปกว่านั้นคือ เงินที่โอนไป ผู้เสียหายไปหายืมมาจากญาติและคนรู้จัก ซึ่งตอนนี้ก็ยังเอาไปคืนไม่ได้ และยังถูกเข้าใจผิดว่าตั้งใจเบี้ยวเงินอีก จึงมาร้องขอให้ตำรวจช่วยเหลือด้วย ซึ่งเบื้องต้นพนักงานสอบสวน ก็ได้รับคำร้องทุกข์ดังกล่าวไว้พิจารณา เพื่อเสนอผู้บังคับบัญชาสั่งการต่อไป