7HD ร้อนออนไลน์

นายกรัฐมนตรี หารือกับโรงพยาบาลเอกชน ยืนยันว่าพร้อมจะต่อสู้กับ “สงครามโรค” อย่างเต็มที่

วันนี้ (30 ก.ค.64)  พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม  ได้หารือร่วมกับผู้บริหารโรงพยาบาลเอกชน ที่ดูแลหอผู้ป่วยเฉพาะกิจ (Hospitel)  โรงพยาบาลสนาม ในกรุงเทพมหานครและปริมณฑล 21 แห่ง โดยที่ประชุมรับทราบรายงานการครองเตียงของผู้ป่วยในโรงพยาบาลเอกชน มีเตียงรวม 34,560 เตียง มีการครองเตียงไปแล้ว 32,215 เตียง เหลือเตียงว่าง จำนวน 2,345 เตียง โดยในจำนวนนี้ มีโรงพยาบาลเอกชน 18 แห่ง ที่การครองเตียงเต็ม 100%

ทั้งนี้  โรงพยาบาลเอกชนได้นำเสนอปัญหา และแนวทางการรับผู้ป่วย การรักษา และการลดการติดเชื้อ ซึ่งต่างยอมรับว่า ต้องเพิ่มเตียงสีเหลืองและแดง ห้องความดันลบ และต่างนำเสนอปัญหาที่คล้ายกันคือ capacity การรองรับผู้ป่วย นอกจากนี้ที่ประชุมมีข้อกังวลว่าแม้จะขยายเตียงมากเท่าไร แต่จะรองรับผู้ป่วยได้เพียงพอหรือไม่ หากการควบคุมการระบาดยังไม่เป็นผล โดยเฉพาะเรื่องของวัคซีนที่เป็นหัวใจสำคัญ

สำหรับการนำเข้าวัคซีน  นายกรัฐมนตรี ย้ำว่า รัฐบาลเร่งรัดสนับสนุนการนำเข้า จัดหาวัคซีนทั้งของรัฐและเอกชน โดยวัคซีนหลักของรัฐบาลคือ วัคซีนซิโนแวค วัคซีนแอสตราเซเนกา วัคซีนไฟเซอร์ วัคซีนจอห์นสันแอนด์จอห์นสัน และกำลังดำเนินการด้านเอกสารของ วัคซีนสปุตนิกวี

"สำหรับวัคซีนทางเลือกของเอกชน พร้อมจะเร่ง และสนับสนุนให้มีการนำเข้า รวมทั้งชุด ATK ที่จะมีการแจกจ่ายไปตรวจ แต่ตรวจแล้วจะดำเนินการต่ออย่างไร ต้องให้ชัดเจน และขอย้ำว่าวัคซีนที่มีอยู่จะทำการแจกจ่ายให้ทั่วถึงตามสัดส่วนประชากรและการระบาดของโรค ขอร่วมมือกัน พูดคุยกัน เพื่อไม่สร้างความสับสนให้ประชาชน ผมรักทุกคนนะครับ” 

ขณะเดียวกันได้มอบหมายให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้ง สำนักงบประมาณ กรมบัญชีกลาง สปสช. เข้ามาดูแลกฎหมายและระเบียบที่เกี่ยวข้อง ให้เกิดความยืดหยุ่น ให้ความมั่นใจกับบุคลากรทางการแพทย์ในการดูแลผู้ป่วย เพื่อเป็นประโยชน์ในการดูแลคนไข้ให้มากที่สุด

พล.อ.ประยุทธ์ ยืนยันอีกว่า รัฐบาลและ ศบค.ทำงานแบบบูรณาการ เนื่องจากวันนี้ประเทศกำลังอยู่ในภาวะสงครามโรค โดยมีความพยายามลดจำนวนผู้ป่วย ผู้เสียชีวิตให้มากที่สุด ซึ่งได้จัดเตรียมงบประมาณ จาก พ.ร.ก.เงินกู้ฯ 5 แสนล้านไว้รองรับแล้ว นอกจากนี้ ยังมีเตรียมพร้อมจัดหาเวชภัณฑ์ไห้เพียงพอ ทั้งยาฟาวิฟิราเวียร์ ตอนนี้ไทยสามารถผลิตได้ 200,000 เม็ด เดือนหน้าผลิตได้ 3,000,000 เม็ด ที่เหลือจะนำเข้าจนครบ 60,000,000 เม็ดในเดือน ก.ย.2564

ในช่วงท้าย นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า ขณะนี้ทุกคนที่อยู่ในประเทศไทยกำลังทำงานให้กับประชาชนทั้ง 70 ล้านคนใน 77 จังหวัด  ซึ่งรัฐบาลและศบค. เป็นเพียงผู้กำหนดนโยบายที่เป็นผลจากการหารือของทุกฝ่าย จึงขอให้คนไทยหันหน้าร่วมมือกัน จะสามารถเอาชนะโควิด-19 ได้

ข่าวอื่นในหมวด

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ข่าวอื่นในหมวด