ห้องข่าวภาคเที่ยง

ศบค.ขยายมาตรการล็อกดาวน์เข้มข้นไปจนถึงวันที่ 31 ส.ค.นี้

ที่ประชุม ศบค. เมื่อวานนี้ มีมติขยายพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด หรือพื้นที่สีแดงเข้มอีก 16 จังหวัด รวมเป็น 29 จังหวัด ได้แก่ กรุงเทพมหานคร กาญจนบุรี ชลบุรี ฉะเชิงเทรา ตาก นครปฐม นครนายก นครราชสีมา นราธิวาส นนทบุรี ปทุมธานี ประจวบคีรีขันธ์ ปราจีนบุรี ปัตตานี พระนครศรีอยุธยา เพชรบุรี เพชรบูรณ์ ยะลา ระยอง ราชบุรี ลพบุรี สงขลา สิงห์บุรี สมุทรปราการ สมุทรสงคราม สมุทรสาคร สระบุรี สุพรรณบุรี และอ่างทอง มีผลตั้งแต่วันพรุ่งนี้เป็นต้นไป พร้อมขยายมาตรการล็อกดาวน์ไปจนถึงวันที่ 31 สิงหาคมนี้

โดยมาตรการล็อกดาวน์ในพื้นที่สีแดงเข้ม ยังคงห้ามออกนอกเคหสถานเวลา 21.00-04.00 น. ตั้งด่านสกัดระหว่างเขตจังหวัด ห้ามจัดกิจกรรมรวมคนมากกว่า 5 คน ขณะที่รถขนส่งสาธารณะทุกประเภท ให้ปิดบริการเวลา 21.00 น. ขณะที่ร้านอาหารในศูนย์การค้าและห้างสรรพสินค้า ให้เปิดจำหน่ายอาหารและเครื่องดื่ม ได้แค่บริการแบบเดลิเวอรี่เท่านั้น ส่วนร้านขายยา เวชภัณฑ์ และซูเปอร์มาร์เก็ตในห้าง ยังคงเปิดได้จำกัดเวลาไม่เกิน 20.00 น.

ส่วนความคืบหน้าเรื่องวัคซีนโควิด-19 วันนี้มีพิธีมอบอย่างเป็นทางการแล้ว ทั้งวัคซีนไฟเซอร์ ไบโอเอนเทค จากรัฐบาลสหรัฐฯ จำนวน 1,503,450 โดส ไม่ใช่ 1,540,000 โดส อย่างที่เป็นข่าวก่อนหน้านี้ จึงขอประชาชนคลายความกังวล ว่าไม่มีวัคซีนหายไปจำนวนหลายหมื่นโดส ตามที่มีการตั้งข้อสังเกตกัน และวัคซีนแอสตร้าเซนเนก้าจากรัฐบาลสหราชอาณาจักร อีกจำนวน 415,040 โดส เพื่อนำไปจัดสรรตามแผนของกระทรวงสาธารณสุข

สำหรับวัคซีนไฟเซอร์ เป็นวัคซีนชนิด mRNA ล็อตแรกที่คนไทยจะได้ฉีด หลังตรวจสอบคุณภาพแล้วเสร็จ จะเริ่มกระจายวัคซีนล็อตแรกไปให้โรงพยาบาล และเริ่มฉีดเข็มแรกในวันที่ 9 สิงหาคมนี้ จากนั้น ราวกลางเดือนสิงหาคมจะเริ่มทยอยจัดส่งวัคซีนเข็มที่ 2 เพื่อให้บริการฉีดในช่วงปลายเดือนสิงหาคมต่อไป

ส่วนในช่วงบ่าย นายกรัฐมนตรีจะให้การต้อนรับ นายอิกนาซิโอ กัสซิส รองประธานาธิบดีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ สมาพันธรัฐสวิส ในโอกาสเยือนประเทศไทย ในฐานะแขกของกระทรวงการต่างประเทศ ที่ทำเนียบรัฐบาล โดยก่อนหน้านี้รัฐบาลสมาพันธรัฐสวิส ได้มอบชุดตรวจหาเชื้อโควิด-19 แบบเร่งด่วน จำนวน 1,100,000 ชุด และเครื่องช่วยหายใจ จำนวน 102 เครื่องให้ไทยด้วย

กระทรวงมหาดไทยสั่งการทุกจังหวัด เตรียมพร้อมดำเนินการตามมติล็อกดาวน์ของ ศบค.ตลอดเดือนสิงหาคมนี้ พร้อมสร้างการรับรู้ เพื่อลดความเสี่ยงต่อการแพร่โรคโควิด-19 โดยปลัดกระทรวงมหาดไทยกำชับจังหวัดที่ได้ปรับระดับเขตพื้นที่สถานการณ์ขึ้นใหม่ตามคำสั่งฯ โดยเฉพาะจังหวัดที่กำหนดเป็นพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด ให้เตรียมการด้านบุคลากร สถานที่ และประชาสัมพันธ์เพื่อแจ้งเตือนให้ประชาชนและเจ้าหน้าที่เตรียมความพร้อมเพื่อการดำเนินการตามมาตรการ ข้อห้าม และข้อปฏิบัติต่างๆ เป็นการล่วงหน้า