ข่าวภาคค่ำ

คอลัมน์หมายเลข 7 : งบ สธ.ถูกสำนักงบฯ ดอง? บริหารอย่างไรในยามวิกฤต

ข่าวภาคค่ำ - คอลัมน์หมายเลข 7 วันนี้ จะเกาะติดเกี่ยวกับการจัดงบประมาณการใช้งบประมาณของกระทรวงสาธารณสุข ในยุคโควิด-19 ที่ว่ากันว่าเบิกจ่ายช้า ไม่เท่าทันสถานการณ์ เกิดจากอะไร ติดตามจากคุณสมจิตต์ นวเครือสุนทร

กลายเป็นเรื่องฮือฮา เมื่อมีการเปิดเผยหนังสือที่ นายแพทย์ธงชัย กีรติหัตถากร รองปลัดกระทรวงสาธารณสุข ทำถึงผู้อำนวยการสำนักงบประมาณ ขอให้เร่งจัดสรรงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2564 งบกลาง รายการค่าใช้จ่ายในการบรรเทา แก้ไขปัญหา และเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบจากการระบาดของโรคโควิด-19 ระลอกเดือนเมษายน 2564 เนื้อหาในหนังสือระบุว่า ขอให้สำนักงบประมาณดำเนินการ จัดสรรงบประมาณจำนวนกว่า 6,823 ล้านบาท เนื่องจากเกิดค่าใช้จ่ายค้างจ่ายในพื้นที่ระบาด ระลอกเมษายน 2564 เป็นต้นมา เช่น ค่าตอบแทนเสี่ยงภัย ค่ารักษาพยาบาล ค่าวัสดุ อุปกรณ์ป้องกันเป็นจำนวนมาก ซึ่งหนังสือนี้ไม่ใช่ฉบับแรกที่ส่งถึงผู้อำนวยการสำนักงบประมาณ ก่อนหน้านี้เคยทวงงบประมาณยอดนี้มาแล้วครั้งหนึ่ง เมื่อวันที่ 19 พฤษภาคมที่ผ่านมา แต่ดูเหมือนว่าจะไม่ได้ผล จนนอกจากจะต้องออกมาทวงซ้ำแล้ว ยังมีการเผยแพร่ข้อมูลต่อสาธารณะเมื่อวันที่ 21 กรกฎาคมที่ผ่านมาด้วย

ซึ่งก็ดูเหมือนว่าจะได้ผล เพราะหลังจากข้อมูลถูกแพร่กระจายออกไปเพียงวันเดียว นายเดชาภิวัฒน์ ณ สงขลา ผู้อำนวยการสำนักงบประมาณ ออกมาเปิดเผยว่า มีการอนุมัติงบประมาณให้แล้วประมาณ 4,200 ล้านบาท ในวันที่ 22 กรกฎาคม คงเหลืองบอีกราว 2,600 ล้านบาท ที่ยังไม่ผ่านการอนุมัติ โดยให้เหตุผลว่ากระทรวงสาธารณสุข ไม่มีหลักฐานการเบิกจ่ายที่ครบถ้วน ตามระเบียบการเบิกจ่ายเงินของกระทรวงการคลัง เนื่องจากในหนังสือเบิกจ่ายมีการรวมจำนวนคนไข้ที่เพิ่มขึ้น ซึ่งในระเบียบกระทรวงการคลัง ไม่ได้มีการนับรวมค่าใช้จ่ายสำหรับการดูแลคนไข้ไว้ด้วย

ปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นถูกมองว่า เป็นบทสะท้อนปัญหาการบริหารจัดการในระบบราชการ ที่ไม่ตอบโจทย์การแก้ปัญหาในยามวิกฤต

กฎระเบียบที่ใช้เพื่อควบคุมไม่ให้การเบิกจ่ายงบประมาณรั่วไหล เป็นเรื่องดี แต่ในยามวิกฤตคงไม่มีอะไรสำคัญไปกว่าชีวิตคน เหมือนดังคำพูดของผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสาคร ที่ระบุว่า "ถ้าระเบียบ ทำให้ประชาชนต้องตาย โปรดจงก้าวข้ามระเบียบนั้น"

ตอนหน้า คอลัมน์หมายเลข 7 ชวนไปดูการจัดงบประมาณของกระทรวงสาธารณสุข เตรียมกระสุนไว้สู้ในสมรภูมิโรคร้าย พอให้ประชาชนอุ่นใจได้หรือไม่ ติดตามในข่าวภาคค่ำ พรุ่งนี้ (3 ส.ค.)