สนามข่าว 7 สี

รายงานพิเศษ : ค้านประกันตัวผู้ต้องหาอุ้มฆ่า เสี่ยโกศล พ่อค้าอาหารทะเล

อีกคดีใหญ่ในจังหวัดสุราษฎร์ธานี "เสี่ยโกศล" อาชีพพ่อค้าอาหารทะเล ถูกคนร้ายอุ้มตัวหายไป โดยต่อมาตำรวจพบเบาะแสถูกฆ่าฝังดิน แต่คนร้ายไหวตัวช่วยกันขุดศพไปถ่วงน้ำทิ้งกลางทะเล หลังจากเมื่อวันที่ 3 สิงหาคมที่ผ่านมา กลุ่มผู้ต้องหา 8 คน เข้ามอบตัวกับตำรวจ เมื่อวานนี้ (4 ส.ค.) ภรรยาของเสี่ยโกศล ได้ยื่นเรื่องคัดค้านการประกันตัวกลุ่มผู้ต้องหา เนื่องจากห่วงความปลอดภัย

หากจำกันได้ จุดเริ่มต้นของคดีนี้เริ่มจากที่ นางจินดาหรา วศินทรัพย์ ภรรยาของ นายโกศล เรืองดุก อายุ 43 ปี หรือ เสี่ยโกศล ออกมาไลฟ์ผ่านเฟซบุ๊กตามหาสามีที่หายตัวไปตั้งแต่คืนวันที่ 2 พฤษภาคมที่ผ่านมา หลังจากออกไปดื่มสุราที่ศาลาหน้าบ้านหลังหนึ่ง ในพื้นที่หมู่ 5 ตำบลตะกรบ อำเภอไชยา จังหวัดสุราษฎร์ธานี แต่เมื่อเธอไปตามหากลับพบเพียงรอยเลือด และติดต่อสามีไม่ได้ จึงเข้าแจ้งความไว้ที่ สภ.ไชยา 

ซึ่งต่อมาตำรวจสืบสวนสอบสวนพบเบาะแสที่เริ่มคลี่คลายคดีนี้ได้ โดยทราบว่าคืนวันที่ 2 พฤษภาคม มีกลุ่มคนโทรศัพท์ลวง นายโกศล ให้ออกไปร่วมดื่มสุราด้วยกัน แล้วใช้ปืนยิง นายโกศล จนเสียชีวิต จากนั้นช่วยกันเคลื่อนย้ายร่างไปฝัง กระทั่งล่วงเข้าสู่วันที่ 3 พฤษภาคม แก๊งอุ้มฆ่าได้ขุดศพ นายโกศล นำไปถ่วงน้ำทิ้งกลางทะเลเพื่ออำพรางคดี ถ้านับย้อนกลับไปคดีนี้เกิดขึ้นมากว่า 3 เดือนแล้ว โดยตลอดช่วงเวลาที่ผ่านมาตำรวจยังคงรวบรวมพยานหลักฐาน เพื่อคลี่คลายคดีนี้ไม่หยุด จนในที่สุดสามารถทยอยออกหมายจับกลุ่มผู้ต้องหาได้ทั้งหมด 8 คน โดยจากแนวทางการสืบสวนพบเบาะแสเชื่อมโยงความขัดแย้งเกี่ยวกับธุรกิจลากหอย

ต่อมาหลังจากพนักงานสอบสวนได้ออกหมายจับ ก็ยังตามจับตัวผู้ต้องหาไม่ได้ กระทั่งเมื่อวันที่ 3 สิงหาคมที่ผ่านมา นายสุรัตน์ เศวตศิลป์ อายุ 43 ปี และพวกอีก 7 คน ซึ่งเป็นผู้ต้องหาตามหมายจับในคดีฆาตกรรม นายโกศล ได้เดินทางเข้ามอบตัวกับผู้กำกับการ สภ.ไชยา เพื่อขอต่อสู้คดี และถึงแม้ว่าจนถึงขณะนี้ตำรวจยังค้นหาร่าง นายโกศล ไม่พบ อีกทั้งจากการสอบปากคำในเบื้องต้น แม้ว่าผู้ต้องหาจะให้การปฏิเสธ แต่ตำรวจมั่นใจในพยานหลักฐานว่าจะดำเนินคดีเอาผิดกลุ่มผู้ต้องหาได้อย่างแน่นอน

เนื่องจากเป็นคดีอุกฉกรรจ์ ทำให้เมื่อวานนี้ (4 ส.ค.) นางจินดาหรา วศินทรัพย์ ภรรยาของนายโกศล เดินทางมาที่ สภ.ไชยา เพื่อยื่นเรื่องคัดค้านการประกันตัวกลุ่มผู้ต้องหา ส่วนหนึ่งเป็นห่วงในเรื่องของความปลอดภัยของตัวเองและครอบครัว

อีกคดีที่ตำรวจไล่ล่าติดตามมาตลอด 3 เดือน จนถึงวันนี้กลุ่มผู้ต้องหาจะเลิกหลบหนี และยอมเข้ามามอบตัวด้วยตัวเอง แต่เนื่องจากเป็นคดีอุกฉกรรจ์และมีอัตราโทษสูง ระหว่างที่พนักงานสอบสวนยื่นเรื่องนำตัวผู้ต้องหาทั้ง 8 คน ฝากขังที่ศาลจังหวัดไชยา พร้อมกันนี้ ได้คัดค้านการประกันตัวด้วย เนื่องจากเกรงว่าผู้ต้องหาจะไปยุ่งเหยิงกับพยานหลักฐาน ซึ่งศาลได้ไต่สวนคำร้องผ่านทางระบบวิดีโอคอนเฟอเรนซ์จากห้องพิจารณาคดี มายังห้องควบคุมผู้ต้องหาใน สภ.ไชยา โดยศาลได้ใช้เวลาไต่สวนประมาณ 30 นาที ได้มีคำสั่งรับคำฟ้องฝากขังผู้ต้องหาทั้งหมด และไม่อนุญาตให้ปล่อยตัวชั่วคราว พร้อมทั้งให้นำตัวผู้ต้องหาทั้งหมดไปควบคุมยังเรือนจำอำเภอไชยาทันที