ข่าวในพระราชสำนัก

สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงติดตามความก้าวหน้าการดำเนินงานโครงการพัฒนาที่ดิน มูลนิธิชัยพัฒนาบ้านกุงศรี จังหวัดสกลนคร ผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์

เวลา 13.19 น. วันนี้ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จออก ณ วังสระปทุม ทรงติดตามความก้าวหน้าการดำเนินงานโครงการพัฒนาที่ดินมูลนิธิชัยพัฒนา บ้านกุงศรี ตำบลนาเพียง อำเภอกุสุมาลย์ จังหวัดสกลนคร ในรูปแบบการประชุมผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์

โครงการพัฒนาที่ดินมูลนิธิชัยพัฒนาบ้านกุงศรี มีพื้นที่ 18 ไร่ 3 งาน 54 ตารางวา โดยนางสาวโชติรส ประสาร ได้น้อมเกล้าน้อมกระหม่อมถวายที่ดิน เพื่อทรงใช้ประโยชน์ ต่อมา มูลนิธิชัยพัฒนา ร่วมกับ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องพัฒนาโครงการเป็นการปลูกป่า 3 อย่าง ประโยชน์ 4 อย่าง ตามแนวพระราชดำริ พระบาทสมเด็จพระมหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ดำเนินการเมื่อปี 2562 โดยปลูกป่าเพิ่มเติมใน 2 ลักษณะตามสภาพพื้นที่ดั้งเดิม บริเวณหนึ่งเป็นพื้นที่โล่งกว้าง ได้ปลูกป่า จำนวน 1,850 ต้น อาทิ ยางนา ประดู่ มะค่า พยุง, ไม้กินได้ และพืชสมุนไพร ระหว่างร่องกลางจัดทำเป็นโรงเรือนชั่วคราว เพื่อเก็บพันธุ์ไม้ที่ขยายพันธุ์ไว้แจกจ่ายผู้ที่เข้าร่วมโครงการฯ และผู้ที่สนใจ ส่วนอีกฝั่งหนึ่งยังคงหลงเหลือไม้ยืนต้น ได้นำต้นไม้ใหม่เข้าปลูกสลับกับไม้ดั้งเดิม ปลูกพืชสมุนไพรแซม และไม้ล้อม

ในปี 2563 ได้ขยายผลสู่เกษตรกร จำนวน 15 คน, วัด 1 แห่ง และโรงเรียน 1 แห่ง โดยเพาะชำกล้าไม้ จำนวน 35,000 ต้น ให้กับเกษตรกรที่เข้าร่วมโครงการฯ รวม 81 ไร่ ปลูกต้นไม้ 14,640 ต้น ต่อมาปี 2564 ได้ขยายผลให้กับโรงเรียนอีก 1 แห่ง วัด 2 แห่ง และเกษตรกร 30 คน ซึ่งเพาะชำกล้าไม้แจกจ่ายให้เกษตรกรที่เข้าร่วมโครงการฯ 185 ไร่ ปลูกต้นไม้ 21,550 ต้น บนพื้นที่ 266 ไร่ รวมต้นไม้ที่ปลูก 36,190 ต้น ที่เหลือแจกให้กับบุคลากรทั่วไปที่สนใจและส่วนราชการ

นอกจากนี้ โครงการฯ ได้รับความร่วมมือจากหน่วยงานต่าง ๆ ดำเนินงานภายในพื้นที่โครงการฯ และการขยายผลสู่กลุ่มเกษตรกรเครือข่าย อาทิ สถานีพัฒนาที่ดินสกลนคร สำรวจคุณภาพดิน การปลูกหญ้าแฝกในบริเวณที่มีการชะล้าง และปรับปรุงบำรุงดินด้วยปุ๋ยหมักในการปลูกพืช, มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตเฉลิมพระเกียรติ จังหวัดสกลนคร สำรวจพันธุ์ไม้พื้นถิ่นภายในโครงการฯ พบพันธุ์ไม้เดิมในพื้นที่ 49 ชนิด 23 วงศ์ และรวบรวมข้อมูลพันธุ์พืช เพื่อนำเสนอผ่านระบบ QR CODE รวมทั้ง จัดทำพิกัดดาวเทียมตำแหน่งพันธุ์ไม้ครบทั้ง 49 ชนิด เพื่อให้ผู้ที่ต้องการเข้ามาสืบค้นข้อมูลได้สะดวก ในการนี้ ประธานวิสาหกิจชุมชนกลุ่มป่าครอบครัวต้นผึ้ง อำเภอพังโคน นำเสนอรูปแบบการขยายผลต่อยอดการใช้ประโยชน์และสร้างมูลค่าเพิ่มจากผลผลิตที่เกิดจากการสร้างป่า ด้วยการจัดทำภาชนะจากใบไม้ เนื่องจากสามารถย่อยสลายได้เองตามธรรมชาติ ใช้เวลาทำไม่นาน และมีราคาถูก ส่วนศูนย์ศึกษาการพัฒนาภูพานอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ได้ส่งเสริมขยายผลพัฒนาอาชีพเกษตรกรที่อยู่โดยรอบที่ดินมูลนิธิฯ

โอกาสนี้ ทอดพระเนตรเรือนรวมใจไทโส้ สร้างด้วยไม้เบญจพรรณ หลังคามุงจากหรือหญ้าคา ด้านบนโล่ง ยกพื้นสูง แสดงถึงอัตลักษณ์และวิถีชีวิตของชาวไทโส้ อำเภอกุสุมาลย์ จังหวัดสกลนคร นอกจากนี้ มีสวนสมุนไพรไทโส้ ซึ่งมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตเฉลิมพระเกียรติ จัดทำขึ้น เพื่อรวบรวมพืชสมุนไพร 34 ชนิด ที่ใช้เป็นตำรับยารักษาโรคมาปลูกในโครงการฯ รวมทั้ง ยกระดับและพัฒนาผลิตภัณฑ์ต้นแบบสมุนไพรว่านสาวหลงสายพันธุ์ภูพาน พืชสมุนไพรประจำถิ่น ทุกส่วนมีกลิ่นหอม ใช้แต่งกลิ่นตำรับยาสมุนไพร และเป็นส่วนประกอบในอาหาร เครื่องดื่ม และเวชสำอาง

ภายในโครงการฯ ได้จัดสร้างพิพิธภัณฑ์รวมใจไทโส้ รวบรวมข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับชนเผ่าไทโส้ กลุ่มชนเผ่าในพื้นที่อำเภอกุสุมาลย์ ซึ่งพระราชวิสุทธินายก เจ้าคณะจังหวัดสกลนคร พร้อมชาวไทโส้ ได้นำสิ่งของมามอบให้คณะกรรมการชุมชน เพื่อให้เป็นแหล่งเรียนรู้สำหรับเด็ก เยาวชน และประชาชน ได้แก่ อุปกรณ์ที่ใช้ในชีวิตประจำวัน, ภาชนะที่ใช้ในพิธีกรรมต่าง ๆ, เครื่องรางของขลัง, ตู้เก็บเงินตราที่ใช้ในชีวิตประจำวัน และอุปกรณ์ที่ใช้กับสัตว์เลี้ยง พร้อมกันนี้ ได้ทอดพระเนตรการแสดงรำโส้ทั่งบั้ง การแสดงถึงประเพณีของชาวโส้ เพื่อต้อนรับแขกบ้านแขกเมืองที่มาเยือน เดิมจะใช้กระบอกไม้ไผ่มากระแทกลงกับพื้น เพื่อให้เกิดเสียงดังเป็นจังหวะ ต่อมาได้คิดท่ารำให้มีความสวยงามยิ่งขึ้น

ข่าวอื่นในหมวด

ข่าวที่เกี่ยวข้อง