7HD ร้อนออนไลน์

ค้าปลีกกระทบหนัก ดัชนีความเชื่อมั่นค้าปลีกต่ำที่สุดเป็นประวัติการณ์ ยอดค้าปลีกวูบกว่า 2 แสนล้านบาท

วันนี้ (9 ส.ค.64)   ศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย  แถลงดัชนีความเชื่อมั่นผู้ประกอบการโมเดิร์นเทรด ไตรมาสที่ 2  ของปีนี้  จากการสำรวจผู้ประกอบการ 120 คน ครอบคลุมตลาดค้าปลีก 60% พบว่า ดัชนีความเชื่อมั่นผู้ประกอบการลดลงมาอยู่ที่ระดับ 46.3  ต่ำที่สุดเป็นประวัติการตั้งแต่ทำการสำรวจมา   ซึ่งเป็นผลจากสถานการณ์การแพร่ระบาดขอโควิด ที่ยังรุนแรง   ทำให้กระทบต่อการดำเนินชีวิตของประชาชน การทำธุรกิจ และภาวะเศรษฐกิจของประเทศในอนาคต โดยเฉพาะมาตรการล็อกดาวน์ 

นอกจากนี้  ภาคเอกชน ประชาชนยังกังวลกับแผนการจัดหาและกระจายวัคซีนของรัฐบาล  และเสถียรภาพด้านการเมืองที่ไม่มั่นคง  ทำให้ความเชื่อมั่นด้านการบริโภคการจับจ่ายใช้สอยลดลง

อย่างไรก็ตาม  มาตรการกระตุ้นกำลังซื้อของภาครัฐ ว่าจะเป็น โครงการคนละครึ่ง, เราชนะ, ม.33 เรารักกัน, เราเที่ยวด้วยกัน และโครงการภูเก็ตแซนด์บ็อกซ์   มีส่วนช่วยกระตุ้นกำลังซื้อและประคับประคองเศรษฐกิจไทยได้บ้าง  แต่ภาครัฐต้องเร่งการฉีดวัคซีนให้เป็นรูปธรรมมากขึ้น  รวมถึงต้องเอาจริงกับการตรวจสอบร้านค้าที่ขึ้นราคาสินค้าอย่างไม่มีเหตุผล  และต้องเพิ่มมาตรการเยียวยา กระตุ้นกำลังซื้อ โดยนำ “โครงการ ช้อปช่วยชาติ" กลับมาใช้ และเพิ่มวงเงินเป็น 100,000 บาท โดยไม่จำกัดหมวดสินค้า

ขณะที่ตัวแทนห้างค้าปลีก ให้ข้อมูลว่า ตั้งแต่เริ่มล็อกดาวน์จนถึงปัจจุบัน เม็ดเงินในระบบค้าปลีกหายไปแล้วกว่า 270,000 ล้านบาท ยอดขายโมเดิร์นเทรดทั่วประเทศลดลงเหลือ 20%  ขณะเดียวกัน การค้าปลีกประสบปัญหาต้นทุนสูงขึ้น เพราะต้องรักษาสุขอนามัยและความสะอาดของสินค้า รวมถึงขั้นตอนในการขนส่งสินค้าเพิ่มสูงขึ้น ทำให้กระจายสินค้าไปยังพื้นที่ต่างๆได้ยากขึ้น  และที่ผ่านมา ต้องยังต้องรับซื้อสินค้าเกษตรล้นตลาดอย่างมังคุด เพื่อช่วยเหลือเกษตรกรภาคใต้ รวมถึงผลผลิตภาคการเกษตรอื่นๆด้วย

ข่าวที่เกี่ยวข้อง