เช้านี้ที่หมอชิต

คลิป ผกก.โจ้ เป็นเหตุทนายชื่อดังเปิดศึกซัดกันเดือด

เช้านี้ที่หมอชิต - เรียกว่าคลิปผู้กำกับโจ้ และพวกรุมใช้ถุงคลุมศีรษะผู้ต้องหา จนเสียชีวิตบนโรงพักที่จังหวัดนครสวรรค์ เป็นเหตุให้เกิดประเด็นดรามาระหว่างทนายความชื่อดัง ก็คือ ทนายษิทรา และ ทนายเดชา กระทั่งโต้วิวาทะเดือดกันกลางรายการโทรทัศน์ช่องหนึ่ง รวมทั้งมีการโพสต์ข้อความทำนองเสียดสีกันในเพจของกันและกันอย่างหนักหน่วงเลย
     
แรกเริ่มเลยหลังจากที่ "ทนายตั้ม" ษิทรา เบี้ยบังเกิด เลขาธิการมูลนิธิทีมงานทนายประชาชนฯ ได้โพสต์คลิปภาพชายคนหนึ่ง ซึ่งเป็นผู้ต้องหาถูกทำร้ายอย่างป่าเถื่อนลงในเพจเฟซบุ๊ก พร้อมกันนี้ยังได้ออกมาเปิดเผยอีกว่า ผู้ที่ส่งคลิปหลักฐานดังกล่าว ได้ระบุว่า มีการส่งคลิปให้อีกคนหนึ่ง แต่มีการนำคลิปไปเรียกรับผลประโยชน์ โดยมีการทำไฮไลต์สีแดง ปิดตรงชื่อบุคคลปริศนาเอาไว้ ซึ่งในเวลาต่อมา หลังโพสต์นี้ถูกเผยแพร่ก็มีผู้คนเข้ามาแสดงความคิดเห็นหลากมุมมอง รวมถึงมีการพุ่งเป้าไปที่ ทนายเดชาหรือไม่ ที่เป็นบุคคลที่มีคลิปภาพชุด ผกก.โจ้ รุมทำร้ายชายผู้ต้องหา แล้วนำไปตบทรัพย์หวังหาผลประโยชน์

และหนึ่งในทนายความชื่อดังที่ออกมาโพสต์ถึงกรณีดังกล่าว ก็คือ นายเดชา กิตติวิทยานันท์ หรือ ทนายเดชา ประธานเครือข่ายทนายคลายทุกข์  ได้โพสต์ผ่านเพจทนายคลายทุกข์ว่า "การนำคลิปคดีตำรวจคลุมหัวผู้ต้องหาจนขาดอากาศมาเปิดเผย จนทำให้คนร้ายหลบหนีไป ไม่สามารถจับตัวได้ ทำให้เกิดความเสียหายในกระบวนการยุติธรรมเป็นอย่างมาก" ซึ่งพบว่าชาวเน็ตได้เข้าไปแสดงความคิดเห็นจำนวนมาก ว่าการเผยแพร่คลิปอาจจะเป็นวิธีที่ทำให้คนร้ายดิ้นไม่หลุดก็ได้ พร้อมกันนี้ได้ออกมาไลฟ์ตอบโต้ทนายตั้ม ที่พาดพิงตนเองว่าเก็บคลิปไว้หวังผลประโยชน์หรือไม่ โดยอ้างเป็นคนเปิดประเด็น แต่ไม่นำคลิปมาเปิดเผย หรือมอบให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติ

โดยทนายเดชา ยืนยันไม่เป็นความจริง พร้อมระบุได้ทำหน้าที่เปิดประเด็น และจเรตำรวจเข้าไปสอบสวนคดีดังกล่าว โดยคดีกำลังมีความคืบหน้า แต่เมื่อคลิปดังกล่าวถูกเปิดเผย จนกระทั่งผู้ต้องหาไหวตัวทัน

ทั้งนี้ ทนายเดชา ท้า ทนายตั้ม แจ้งความดำเนินคดีกับตนเองด้วย

กลายเป็นปมร้อนที่ไม่เพียงระหว่างทนายษิทรา กับ ทนายเดชา เท่านั้น ต่อมาก็มีทนายความอีกหลายท่าน ร่วมออกมาโพสต์ข้อความบนหน้าเพจเฟซบุ๊กของแต่ละคน โดยแสดงความคิดเห็นในเชิงตั้งข้อสังเกตการว่า จะมีการตบทรัพย์เงินก้อนโต 20 ล้านบาทจากตำรวจจริงหรือไม่

อย่างเช่น นายรณณรงค์ แก้วเพ็ชร์ หนึ่งในผู้ที่ออกมาโพสต์ข้อความระบุว่า "ในความหิวแสง ยังมีความหิวเงินอยู่ปนกันไป ในช่วงนี้เศรษฐกิจไม่ดี" พร้อมมีแฮชแท็ก #ทนายตบทรัพย์ตำรวจ รวมไปถึงทนายเกิดผล แก้วเกิด ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ระบุว่า "ผู้ต้องหาถูกรีด 2 ล้าน ผกก.ถูกทนายรีด 20 ล้านแลกคลิป จริงหรือไม่" นอกจากนี้ยังมีการโพสต์เพิ่มเติมด้วยว่า "ถ้าไม่เปิดคลิป ทั้ง ๆ ที่ได้คลิปมาแล้ว ยิ่งเป็นการทำลายกระบวนการยุติธรรมมากกว่า"

กระแสร้อนแรงไม่หยุด เพราะเมื่อคืนที่ผ่านมา ปรากฏภาพทนายเดชา กิตติวิทยานันท์ ได้ไลฟ์เฟซบุ๊กอีกรอบ โดยคราวนี้พูดถึงข้อความที่ทนายษิทราโพสต์ แม้จะมีไฮไลต์ปิดชื่อ แต่เว้นตัวหนังสือ "ท" ไว้ เป็นใครก็พุ่งเป้ามาที่ตนเอง ขณะเดียวกันในบางช่วงของไลฟ์ ทนายเดชายังได้สนทนากับนายอัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์ ด้วย โดยใจความบางช่วงบางตอนพูดถึง จำนวนเงิน 20 ล้านบาท ที่มีกระแสว่ามีคนไปตบทรัพย์จากตำรวจ เป็นเรื่องที่ไม่มีจริง

นอกจากนี้ ยังปรากฏหญิงสาวคนหนึ่ง ชื่อว่า นางสาวอำนวยพร มณีวรรณ์ หรือ ทนายกุ้ง ซึ่งเป็น ทนายความจากเพจทนายคลายทุกข์ ได้ออกมาไลฟ์สดผ่านเพจถึงกรณีที่มีการตั้งคำถามว่า ทำไมทนายเดชา กิตติวิทยานันท์ ถึงไม่นำคลิปที่เกี่ยวข้องกับคดีผู้กำกับโจ้มาเผยแพร่ ทั้งที่เป็นคนแรก ๆ ที่มีคลิปดังกล่าว โดยเรื่องนี้ทนายกุ้งชี้แจงว่า คลิปวิดีโอดังกล่าวยังไม่ได้มีการตรวจสอบว่าเป็นภาพจากเหตุการณ์ของผู้กำกับโจ้ตามที่ร้องเรียนหรือไม่ เนื่องจากการเป็นทนายความ หากจะเปิดข้อมูลอะไรก็จะต้องตรวจสอบก่อน ส่วนกรณีที่มีกระแสข่าวว่าทนายเดชา มีการเรียกรับผลประโยชน์ ขอตำแหน่ง หรืออื่น ๆ หรือไม่นั้น ทนายกุ้งยืนยันว่าตลอดระยะเวลาที่ทำงานกับทนายเดชามา ไม่เคยมีเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นแน่นอน

นอกจากนี้ทีมข่าวเช้านี้ที่หมอชิต ได้วิดีโอคอลไปพูดคุยกับนายเกิดผล แก้วเกิด ทนายความ เนื่องจากเป็นหนึ่งในทนายที่ออกมาเคลื่อนไหวกรณีปรากฏแชร์คลิปผู้กำกับโจ้ และพวกรุมทำร้ายใช้ถุงคลุมศีรษะผู้ต้องหาชาย และประเด็นที่ว่ามีทนายความท่านหนึ่งที่นำคลิปวิดีโอผู้กำกับโจ้ไปตบทรัพย์ เรียกรับเงิน สร้างผลประโยชน์ให้กับตัวเอง เท่าที่ได้สัมภาษณ์พูดคุยว่า เรื่องดังกล่าวมีการพูดกันเป็นวงกว้างทั้งกลุ่มทนายความและตำรวจ ส่วนจะจริงหรือไม่นั้นไม่มีใครสามารถยืนยันได้ เพราะไม่รู้ตัวแหล่งข่าวที่แท้จริง

สำหรับกรณีที่เป็นทนายความซึ่งมีคลิปอยู่ในมือ แต่ไม่ได้นำมาเผยแพร่ต่อสาธารณชน ทนายเกิดผล บอกว่า ไม่ใช่เรื่องที่ผิด แต่ทนายความเป็นหนึ่งในกระบวนการยุติธรรม ซึ่งการจะนำมาเผยแพร่แล้วส่งผลให้เกิดประโยชน์ทั้งทางราชการและทางสังคม ก็เหมือนเป็นการช่วยลดข้อครหาหรือคลายข้อสงสัยที่เกิดขึ้นได้

ส่วนประเด็นเรื่องการเรียกรับทรัพย์จากผู้อื่น ในกรณีหากเป็นทนายความก็มีความผิดแน่นอน โดยเฉพาะการผิดมารยาททนายความ เนื่องจากเป็นการทำให้เกิดความเสื่อมเสียชื่อเสียงของสภาทนายความ ซึ่งเรื่องนี้ถึงขั้นลบชื่อออกจากการเป็นทนายความได้ ส่วนในทางกฎหมายอาญาก็เป็นเรื่องการเรียกรับผลประโยชน์ ซึ่งขึ้นอยู่กับข้อเท็จจริงว่าเป็นเช่นไร โดยเรื่องนี้ถือเป็นเรื่องร้ายแรง เพราะทนายความเป็นส่วนหนึ่งในกระบวนการยุติธรรม การเรียกรับเงินจากกลุ่มคนร้ายเพื่อไม่ให้ต้องรับโทษ ถือเป็นการสนับสนุนคนร้าย และเป็นการทำลายระบบยุติธรรมได้อย่างแน่นอน

ขอบคุณภาพจาก : Facebook ทนายคลายทุกข์