ข่าวภาคค่ำ

คอลัมน์หมายเลข 7 : บัตรเจ้าพนักงาน ป.ป.ส. อำนาจที่ต้องใช้อย่างระวัง

ข่าวภาคค่ำ - การยัดยาเสพติดเพื่อรีดทรัพย์ ไปจนถึงรีดทรัพย์เพื่อเป่าคดี เป็นปัญหาที่สั่นคลอนแวดวงสีกากีมาโดยตลอด จนถึงรายล่าสุด ผู้กำกับโจ้ ปรากฏคลิปสะเทือนขวัญ รีดทรัพย์จนพ่อค้ายาเสพติดเสียชีวิต คอลัมน์หมายเลข 7 มีคำถามชวนคิด อำนาจในการบุกค้น ปราบปรามยาเสพติด หากถูกใช้ในทางที่ผิด จะมีการตรวจสอบอย่างไร ติดตามจากคุณสมจิตต์ นวเครือสุนทร

ภาพการทรมานพ่อค้ายาเสพติดจนเสียชีวิตเพื่อรีดทรัพย์ของแก๊ง พันตำรวจเอก ธิติสรรค์ อุทธนผล หรือ ผู้กำกับโจ้ สะเทือนใจผู้คนทั้งสังคม เมื่อตำรวจแปรสภาพเป็นโจร ชีวิตก็ถูกปลิดปลิวไปโดยง่าย และแน่นอนว่าผลแห่งกรรมย่อมไล่ล่าในเร็ววันนี้

สิ่งที่ต้องตามต่อเพื่อตรวจสอบคือ การใช้อำนาจตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษนั้น เป็นเรื่องที่ต้องพึงระวัง เพราะเมื่อไหร่ก็ตามที่ได้บัตรเจ้าพนักงาน ป.ป.ส. ที่เลขาธิการ ป.ป.ส. แต่งตั้ง มีทั้งข้าราชการพลเรือนฝ่ายปกครอง ตำรวจและทหาร โดยจะมีอำนาจหลายอย่างที่มากกว่ากำหนดไว้ในคดีอาญาทั่วไป ซึ่งปัจจุบันมีผู้ได้บัตรเจ้าพนักงาน ป.ป.ส. แล้วกว่า 14,000 คน

ในแต่ละปีมีการตรวจสอบผู้ใช้บัตร ป.ป.ส. อยู่อย่างต่อเนื่อง โดยพบว่ามีพฤติการณ์ที่ไม่เหมาะสม จนถูกยกเลิกราว 10 คน โดยในคดีผู้กำกับโจ้ แม้เจ้าตัวจะไม่ได้ใช้บัตรเจ้าพนักงาน ป.ป.ส. แต่เมื่อมีพฤติการณ์ผิดกฎหมาย เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด หรือ ป.ป.ส. ได้มีคำสั่งยกเลิกบัตรดังกล่าวแล้ว รวมทั้งลูกน้องในทีมอีก 2 คนด้วย

เส้นทางปราบปรามสำหรับเจ้าหน้าที่ที่สุจริต ถือว่าเสียสละทำงานหนักอย่างยากลำบาก แต่ถ้าเจ้าหน้าที่คิดคด ก็มีผลประโยชน์ล่อใจจำนวนมาก หากไร้ซึ่งหิริโอตัปปะ ย่อมตกลงไปในบ่วงความโลภได้โดยง่าย จึงต้องมีความหนักแน่น ไม่ใช้อำนาจในทางที่ผิด เพื่อแสวงประโยชน์ให้ตัวเอง

ทุกครั้งที่เกิดเหตุสะเทือนขวัญผู้คนในสังคม จากพฤติการณ์ของเจ้าหน้าที่ตำรวจ เสียงเรียกร้องเซ็งแซ่ตามมาคือการปฏิรูปตำรวจ จะทำอย่างไรให้เป็น "ผู้พิทักษ์สันติราษฎร์" ได้อย่างแท้จริง