ข่าวภาคค่ำ

คอลัมน์หมายเลข 7 : ย้อนเส้นทางหากินขบวนการนำเข้ารถหรูเลี่ยงภาษี

ข่าวภาคค่ำ - คอลัมน์หมายเลข 7 วันนี้ จะพาย้อนรอยเส้นทางหากินของขบวนการนำเข้ารถหรูเลี่ยงภาษี 1,428 คัน รัฐเสียหายเกือบหมื่นล้านบาท ที่เป็นคดียืดเยื้อมาหลายปี ซึ่งแน่นอนว่าหนีไม่พ้นเจ้าหน้าที่มีเอี่ยวด้วย เขาใช้วิธีการไหนแสวงหาประโยชน์ ติดตามกับคุณรัตนกรณ์ โต๊ะหมัด

การขยายผลคดี พ.ต.อ.ธิติสรรค์ อุทธนผล หรือ ผู้กำกับโจ้ กับพวก ฆาตกรรมผู้ต้องสงสัยคดียาเสพติด ที่เข้าไปมีส่วนร่วมในการจับกุมรถหรูเลี่ยงภาษีมากถึง 410 คัน นำไปสู่การตั้งข้อสังเกตว่า รถที่อวดโฉมในบ้านหลังงามของผู้กำกับโจ้ เป็นส่วนหนึ่งในการฟอกรถด้วยหรือไม่ การจับกุมรถหรูจำนวนมากขนาดนั้น เป็นเรื่องบังเอิญ หรือมีขบวนการแสวงหาประโยชน์จากช่องโหว่ของกฎหมาย

คอลัมน์หมายเลข 7 ขอย้อนเส้นทางการหากินของคนขี้ฉ้อ ตั้งแต่ปี 2554 เป็นต้นมา พบว่ามีการวางแผนดำเนินการอย่างเป็นระบบ เริ่มจากนักธุรกิจค้ารถหรู นำเข้าแบบผิดกฎหมาย ถอดสมองกลออก จอดรอจับ แถมเสียบกุญแจทิ้งไว้ให้ดูต่างหน้า มีชุดเข้าจับกุม ส่งต่อเจ้าหน้าที่กรมศุลกากร นำออกมาประมูล ย้อนกลับมาซื้อในราคาถูก ใส่สมองกลกลับเข้าไป ขายในตลาดราคาแพงแบบถูกกฎหมาย เป็นหนึ่งในกลโกงที่ใช้กันอย่างแพร่หลายในอดีต และถูกมองว่าเป็นส่วนหนึ่งในเส้นทางรวยของผู้กำกับโจ้

หลังเกิดปัญหากฎหมายมีรูรั่ว ยั่วยวนให้เกิดการแสวงหาผลประโยชน์ เพราะกำหนดเงินรางวัลนำจับให้กับเจ้าหน้าที่ 25% และสินบนผู้แจ้งเบาะแส 30% รวม 55% ที่เหลือ 45% นำเข้าคลัง จนเกิดปัญหาใช้กฎหมายเป็นเครื่องมือทำมาหากิน ฟอกรถผิดกฎหมายให้เป็นถูกกฎหมาย โดยมีการพูดถึงเงินสะพัดในช่วงยุคทองของวงการนี้มากกว่าหมื่นล้านบาทเลยทีเดียว ทำให้มีการยกเครื่องปรับปรุง พระราชบัญญัติศุลกากรใหม่ในปี 2560 ลดการจ่ายรางวัลและสินบนนำจับ อย่างละ 20% ต่อ 1 คดี และเพดานไม่เกิน 5 ล้านบาท โดยตารางบัญชีอัตราแบ่งเงินรางวัล ข้าราชการ กำหนดสัดส่วนชัดเจน ซึ่งจะได้รับส่วนแบ่งกันไล่ตั้งแต่ระดับอธิบดี รองอธิบดี ผู้อำนวยการสำนัก นายด่านศุลกากร ระดับทรงคุณวุฒิ ระดับเชี่ยวชาญ ระดับชำนาญการพิเศษ และระดับชำนาญการ เลยทีเดียว เรียกว่าสินบนนำจับถูกกฎหมายนี้ มีข้าราชการหลายระดับในกรมศุลกากรที่ได้ประโยชน์

แม้ในปัจจุบันการแสวงหาประโยชน์อย่างเป็นขบวนการที่เคยเกิดขึ้นในอดีตจะทำได้ยาก เพราะมีการอุดช่องโหว่ไปบ้างแล้ว แต่ความเสียหายที่เกิดกับภาครัฐ จากภาษีที่เรียกเก็บไม่ได้ เป็นเงินสูงเกือบหมื่นล้านบาท ยังไร้วี่แววว่าจะได้คืนกลับสู่แผ่นดิน เป็นอีกหนึ่งประเด็นสำคัญที่สังคมยังต้องคอยกระตุกผู้รับผิดชอบให้ทำหน้าที่ เพื่อให้สมกับที่กินเงินเดือนจากภาษีของประชาชน