ข่าวภาคค่ำ

คอลัมน์หมายเลข 7 : ยกเลิกจดทะเบียนรถผิดกฎหมาย - ส่อทำลายทิ้ง ปิดจบคดีรถหรูได้?

ข่าวภาคค่ำ - คอลัมน์หมายเลข 7 วันนี้ ยังอยู่กับคดีรถหรูเลี่ยงภาษี ที่นอกจากต้องติดตามเกี่ยวกับความคืบหน้าของคดีแล้ว ยังมีอีกประเด็นที่ยังหาทางออกไม่ได้ คือ ไม่รู้จะทำอย่างไรกับรถของกลางในคดี และที่สำคัญคดีแพ่งกำลังจะหมดอายุความในปีหน้า ภาษีเกือบหมื่นล้านที่สูญไป ใครต้องตามคืนกลับมา ติดตามจากคุณสมจิตต์ นวเครือสุนทร

คอลัมน์หมายเลข 7 ติดตามคดีรถหรูหลบเลี่ยงภาษี ตั้งแต่เคยระบุกันว่า มีมากถึง 7,123 คัน ผ่านมาหลายปี หดเหลืออยู่ในมือดีเอสไอ 1,428 คัน มูลค่าเลี่ยงภาษีเกือบ 10,000 ล้านบาท โดยมีการถอดบทเรียนจากปัญหาที่เกิดขึ้น ปรับเปลี่ยน พ.ร.บ.ศุลกากรในปี 2560 ลดเงินรางวัล และสินบนนำจับเหลืออย่างละ 20% ต่อ 1 คดี และกำหนดเพดานไม่เกิน 5 ล้านบาท ขณะที่ กรมการขนส่งทางบก ก็ยกเลิกการจดทะเบียนรถจดประกอบไปตั้งแต่ปี 2556 และออกหลักเกณฑ์ห้ามจดทะเบียนรถหลายประเภท

หลังมีการอุดช่องโหว่ในหลายเรื่อง ปัจจุบันกรมศุลกากรตรวจพบรถยนต์ผิดกฎหมายเฉลี่ยน้อยกว่า 100 คันต่อปี ซึ่งรวมถึงรถที่อยู่ในประเทศแล้วถูกจับ เนื่องจากเป็นพาหนะที่ใช้ในการกระทำความผิด โดยตั้งแต่ปี 2563 เป็นต้นมา กรมศุลกากร ร่วมมือกับกรมการขนส่งทางบก ยกเลิกการจดทะเบียนให้กับรถยนต์ที่ลักลอบนำเข้าโดยผิดกฎหมาย และยกเลิกการประมูลด้วย ทำให้ยังมีรถของกลางค้างอยู่ราว 600-700 คัน ซึ่งรวมถึงรถ 5 คัน จากสำนวนของ พันตำรวจเอกธิติสรรค์ อุทธนผล หรือผู้กำกับโจ้ ด้วย เมื่อไม่มีการประมูลก็ทำให้รถเหล่านี้คาอยู่ที่กรมศุลกากร จะประมูลก็ไม่ได้ จะทำลายก็ไม่ได้เหมือนกัน เนื่องจากไม่มีกฎหมายรองรับ เพราะเป็นรถที่ผิดกฎหมายก่อนปี 2562 ก่อนที่กระทรวงพาณิชย์จะออกประกาศเรื่อง กำหนดให้รถยนต์ใช้แล้วเป็นสินค้าที่ต้องห้าม หรือต้องขออนุญาตในการนำเข้ามาในราชอาณาจักร พ.ศ.2562 ซึ่งกำหนดให้กรมศุลกากรทำลายรถยนต์ที่นำเข้าผิดกฎหมายได้ จึงยังไม่ได้ข้อสรุป จะทำอย่างไรกับรถของกลางผิดกฎหมายเหล่านี้

เรื่องร้อนในมือกรมศุลกากร ไม่ได้มีแค่จะจัดการอย่างไรกับรถของกลางผิดกฎหมาย แต่ยังมีคดีรถหรูเลี่ยงภาษีที่ต้องเร่งสะสาง โดยเฉพาะการให้สำนักมาตรฐานพิธีการและราคาศุลกากร ทำรายงานเกี่ยวกับจำนวนรถหรูและการจดแจ้งทั้งหมดส่งให้สำนักกฎหมาย เพื่อเร่งสรุปสำนวนคดีที่มีมากกว่า 1,000 สำนวน ว่ามีหลักฐานเพียงพอที่จะส่งอัยการสั่งฟ้องหรือไม่ เพื่อนำไปสู่การทวงคืนภาษีหมื่นล้านให้ทันก่อนคดีจะหมดอายุความในปี 2565 เพราะคดีแพ่งมีอายุความเพียงแค่ 10 ปีเท่านั้น จึงเป็นเรื่องที่สังคมต้องติดตามใกล้ชิด เพราะเงินภาษีนับหมื่นล้านบาทที่สูญไป อาจไม่มีวันเรียกกลับคืนมาได้อีก หากไม่คอยกระตุกให้ผู้เกี่ยวข้องทำหน้าที่ของตัวเอง