ข่าวภาคค่ำ

ตีตรงจุด : ตรวจสอบวัคซีน mRNA สัญชาติไทย จุฬาคอฟ19 พร้อมใช้ปีหน้า?

ข่าวภาคค่ำ - ตีตรงจุด ความหวังวัคซีนโควิด-19 ชนิดเอ็มอาร์เอ็นเอ (mRNA) สัญชาติไทย "จุฬาคอฟ19" โอกาสจะถึงฝั่งฝัน คือคนไทยได้ฉีดวัคซีนนี้ในปีหน้าได้หรือไม่ ติดตามกับคุณฐิตาภัสร์ ศิริธัญญะวงศ์

คำบอกเล่าถึงความสำเร็จในเบื้องต้นของการวิจัยพัฒนาวัคซีน mRNA สัญชาติไทย "จุฬาคอฟ19" ซึ่งทีมนักวิจัยจากคณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย ศึกษาระดับคลินิกในคนเฟสแรก 36 คน ให้ผลเทียบเท่าวัคซีนชนิดเดียวกันของต่างประเทศ จนนำไปสู่การเดินหน้าศึกษาในคนเฟสที่ 2 เมื่อช่วงปลายสิงหาคมที่ผ่านมา พร้อมความหวังว่าวัคซีนชนิดนี้จะได้รับการสนับสนุนเหมือนในบางประเทศที่กระบวนการศึกษาวิจัยมีการลดทอนระยะเวลาทดลอง จนนำมาใช้ฉีดให้กับประชาชนได้ทันต่อสถานการณ์ระบาด ลดความเสี่ยงต่อชีวิต

เมื่อตรวจสอบระบบการผลิตวัคซีนสู้โควิด-19 ของแต่ละประเทศ ซึ่งทยอยผลิตป้อนสู่ท้องตลาด ตามรายงานขององค์การยูนิเซฟ พบว่า ภายในสิ้นปีนี้มีเพียง 9,000 ล้านโดส ขณะที่ความต้องการใช้มีสัดส่วนถึงเกือบ 12,000 ล้านโดส จึงเป็นอีกปัจจัยผลักดันให้นานาประเทศที่มีศักยภาพด้านการวิจัยทางการแพทย์ เร่งการคิดค้นพัฒนาวัคซีนเพื่อดูแลคนในชาติ และยังเป็นกลไกสร้างรายได้เข้าประเทศ พ้นภาวะเศรษฐกิจตกต่ำ เหมือนอย่างในประเทศอังกฤษ เจ้าแรกของโลก ที่มีโครงการฉีดวัคซีนให้ประชาชน ประกอบกับมีเงินทุนใช้ส่งเสริมการวิจัยพัฒนาวัคซีน ส่งผลให้กลางปีที่ผ่านมา ธนาคารกลางแห่งอังกฤษ คาดการณ์จีดีพีของสหราชอาณาจักร ปีนี้จะขยายตัวมากถึง 7.25 เปอร์เซ็นต์ หลังเศรษฐกิจหดตัวไป 9.9 เปอร์เซ็นต์

จากนี้ยังต้องติดตามผลทดลองวัคซีน จุฬาคอฟ19 ว่าจะยังมีคุณภาพ มีความปลอดภัย และมีประสิทธิผลเหมือนกับเฟสแรก ซึ่งพบกระตุ้นภูมิคุ้มกันได้ดี ไม่แพ้วัคซีนจากต่างประเทศ ว่าจะผ่านด่านทดลองจนมาผงาดเพิ่มเป็นทางเลือกให้คนไทยได้ฉีดวัคซีนไทยทำ ไทยใช้ ในปีหน้าหรือไม่

ตอนหน้าเช็กระบบการดูแลกลุ่มคนพิเศษซึ่งมีความบกพร่องด้านร่างกาย แต่พลาดติดเชื้อโควิด-19 จะก้าวผ่านโรคได้อย่างไร