เจาะประเด็นข่าว 7HD

ตีตรงจุด : ตรวจแนวรบ สธ. ศูนย์แรกรับ-ส่งต่อ และ รพ.สนาม

การลงพื้นที่ศูนย์แรกรับ-ส่งต่อและโรงพยาบาลสนาม บรรยากาศการทำงานของบุคลากรทางการแพทย์ในวันนี้ จะแตกต่างไปจากวันที่ผู้ป่วยล้น เตียงตึงอย่างไร

ปลายเดือนเมษายน การระบาดของโรคโควิด-19ระลอกใหม่ เริ่มลุกลามเป็นวงกว้างโดยเฉพาะใน กรุงเทพฯ-ปริมณฑล ศูนย์แรกรับ-ส่ง ต่อ จึงเข้ามามีบทบาทสำคัญ ในการคัดแยกผู้ป่วยระหว่างรอเตียง ชะลอการระบาดสู่ชุมชน

ปลายเดือนมิถุนายน ผู้ติดเชื้อไต่ระดับ จากหลัก 1,000 คนต่อวัน พุ่งทะยานสู่หลัก 10,000 คนต่อวัน

โรงพยาบาลหลักล้น โรงพยาบาลสนามตึงตัว บุคลากรขาดแคลน ไม่สามารถรับผู้ป่วยได้ทัน

เดือนกรกฎาคม ต่อเนื่องเดือนสิงหาคม สถานการณ์เตียงทุกประเภทเข้าขั้นวิกฤตติดลบ ส่วนเตียงโรงพยาบาลสนาม แม้ไม่ติดลบแต่ก็เหลือเตียงว่างเพียงหลัก 100

ศูนย์แรกรับและส่งต่อ จำเป็นต้องยกระดับเป็นโรงพยาบาลสนามชั่วคราว แม้บุคลากรจะทำหน้าที่สุดความสามารถแต่ด้วยข้อจำกัดที่เกินกำลังทำให้ไม่สามารถยื้อชีวิตผู้ป่วยบางรายไว้ได้

สถานการณ์เตียงเริ่มคลี่คลาย กระทรวงสาธารณสุขจึงเตรียมปิดศูนย์แรกรับ-ส่งต่อ เพื่อให้สอดคล้องกับสถานการณ์ และเตรียมไปเปิดศูนย์แรกรับแห่งใหม่ที่โรงพยาบาลเลิดสิน เพื่อปรับปรุงระบบและเตรียมรับมือกับการระบาดที่อาจจะเกิดขึ้นในอนาคต

ตลอด 2 เดือนที่ผ่านมา บุคลากรที่นี่ต้องทำงานอย่างหนัก เพราะต้องยกระดับจากโรงพยาบาลที่ดูแลผู้ป่วยสีเขียว มาดูแลผู้ป่วยสีเหลือง บุคลากรประมาณ 70 คน ต่อทำงานต่อเนื่องเวรละ 24 ชั่วโมง

แต่หลังจากจำนวนผู้ป่วยลดลง ทำให้บรรยากาศในโรงพยาบาลสนามธรรมศาสตร์ผ่อนคลายขึ้น

แม้สถานการณ์โดยรวมจะดีขึ้น แต่อัตราการฉีดวัคซีนของไทยยังไม่ทั่วถึง และบทเรียนจากการระบาดช่วงที่ผ่านมา ช่วงนี้จึงเป็นโอกาสที่บุคลากรได้พักผ่อนเติมพลัง เพื่อเตรียมรับมือกับการระบาดที่อาจจะเกิดขึ้นในอนาคต

ความไม่ประมาท นำข้อผิดพลาดมาเป็นบทเรียนเพื่อวางแผนรับมือ เป็นกลยุทธ์สำคัญในการฝ่าวิกฤตทุกสถานการณ์