สนามข่าว 7 สี

ศึกรถสองแถวปะทะแท็กซี่ กลางเมืองนนทบุรี

คนขับรถสองแถวหัวร้อน เปิดศึกปะทะคารมกับคนขับแท็กซี่ หลังขับรถเบียดไป-มา ตะโกนด่าทอกันกลางถนน ตำรวจเรียกทั้งสองฝ่ายมาไกล่เกลี่ย สุดท้ายจบศึกหัวร้อนจ่ายค่าปรับ 100 บาท

เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นที่หน้าโรงพยาบาลพระนั่งเกล้า อำเภอเมือง จังหวัดนนทบุรี เป็นการปะทะคารมกันระหว่างการคนขับรถแท็กซี กับคนขับรถสองแถว โดยในคลิปวิดีโอรถแท็กซี่พยายามขับแซงรถสองแถว แต่อีกฝ่ายไม่ให้แซง คนขับรถแท็กซี่จึงเปิดกระจกตะโกนด่า ส่วนคนขับรถสองแถวก็ไม่พอใจ ตะโกนด่ากลับด้วยถ้อยคำหยาบคาย

จากนั้นทั้งคู่ก็ขับรถเบียดกันไป-มาบนถนน ระหว่างที่รถสองแถวจอดส่งผู้โดยสาร คนขับเปิดประตูลงมา แล้วเดินเข้าไปทางคนขับรถแท็กซี่ พยายามจะทำร้ายร่างกายคนขับแท็กซี่ แต่อีกฝ่ายรีบเร่งเครื่องยนต์หนี พร้อมตะโกนท้าทายให้ขับตามมา โดยคลิปนี้ถูกนำมาเผยแพร่ในโลกออนไลน์ จนเป็นกระแสวิพากษ์วิจารณ์เป็นจำนวนมาก

ผู้สื่อข่าวสนามข่าว 7 สี ได้ลงพื้นที่ไปที่อู่รถสองแถวคันสีฟ้า เพื่อพบกับชายอายุ 39 ปี คนขับรถสองแถว เล่าเหตุการณ์ว่า เมื่อวันที่ 12 กันยายนที่ผ่านมา เขาได้ขับรถรับ-ส่งผู้โดยสารตามปกติ เมื่อมาถึงบริเวณหน้าโรงพยาบาลพระนั่งเกล้า มีรถพยาบาลฉุกเฉินขับมาพอดี ด้วยความหวังดีเขาจึงบีบแตร เพื่อให้รถคันอื่นชิดข้างทางเปิดทางให้รถพยาบาล จากนั้นเขาได้เปิดไฟเลี้ยว เพื่อจะขับออกเลนขวา แต่รถแท็กซี่ขับเบียดมาพอดี จึงตะโกนด่ากลับไป แต่ยอมรับว่าขณะนั้นอารมณ์ร้อน จึงมีปากเสียงตามคลิป

ส่วนคนขับแท็กซี่ อายุ 50 ปี เล่าว่า วันเกิดเหตุเจอรถสองแถวเปิดไฟเลี้ยวขอเข้าเลนขวา ตนเองจึงชะลอให้เข้า จากนั้นก็ขับรถตามหลังไปปกติ จังหวะหนึ่งตนเองพยายามจะขับแซง แต่รถสองแถวกลับไม่ยอมให้แซง จึงหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาถ่ายคลิปวิดีโอ หลังจากนั้นตนเองคิดว่าจะจบ แต่พอขับขึ้นสะพานเจษฎาบดินทร์ ปรากฏว่ารถสองแถวขับตามขึ้นสะพานมาแล้วปาดหน้า ทำให้ต้องเบรกกะทันหัน เพื่อไม่ให้ชนท้าย ซึ่งตนไม่อยากมีเรื่อง จึงชะลอรถให้สองแถวขับไปก่อน

ตำรวจ สภ.รัตนาธิเบศร์ เรียกคนขับรถทั้ง 2 ฝ่าย มาสอบปากคำ โดยชายอายุ 39 ปี ผู้ขับขี่รถสองแถว ยอมรับว่ามีอารมณ์ร้อน เพราะถูกคนขับแท็กซี่ท้าทายให้ขับรถตามมา ตำรวจจึงไกล่เกลี่ยทั้ง 2 ฝ่าย ให้ปรับความเข้าใจกัน และขอโทษจับมือกัน ก่อนเปรียบเทียบปรับชายอายุ 39 ปี ผู้ขับรถสองแถวในข้อหาดูหมิ่นซึ่งหน้า ซึ่งเป็นความผิดลหุโทษ ปรับเป็นเงิน 100 บาท พร้อมให้ทั้งสองฝ่ายลงบันทึกข้อตกลงไม่ติดใจเอาความซึ่งกันและกัน จากนั้นแยกย้ายกันกลับ